​พาณิชย์จับมือหน่วยวิจัย3E ติว SMEs รับมือมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

by smethailandclub 26 มค. 2015
Share:


    นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ (3E) ในการพัฒนาหลักสูตร “การประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment : LCA)” เพื่อใช้ในการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฉลากเขียว และฉลากคาร์บอนฟุตฟริ้นท์ ซึ่งขณะนี้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ให้ความสำคัญต่อสินค้าที่ได้รับฉลากข้างต้น เพราะมีส่วนในการป้องกันสิ่งแวดล้อมของโลก และหากสินค้าได้รับการติดฉลาก ก็จะสร้างความมั่นใจให้คู่ค้า และส่งผลให้สินค้าได้รับความนิยมและจำหน่ายได้มากขึ้น
          
    กรมฯ จะเน้นการช่วยเหลือ SMEs ให้มีความรู้ในการวางแผน ออกแบบ และพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าและบริการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยให้มีความรู้และความเข้าใจในการวิเคราะห์คำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตสินค้าและบริการได้อย่างถูกต้องและเป็นที่ยอมรับ รวมทั้งช่วยให้มีทักษะในการประเมิน LCA และสามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านการจ้างที่ปรึกษามาช่วยดำเนินการรับรองการติดฉลากคาร์บอนฟุตฟริ้นท์ (Carbon Footprint of Product : CFP)
          
    “หลักสูตรที่กรมฯ ร่วมกับหน่วยงาน 3E นี้ จะเป็นหลักสูตรเกี่ยวกับ LCA และ CFP ซึ่งทั้ง 2 หลักสูตรได้รับการรองรับจากองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (TGO) (องค์การมหาชน) โดยการเข้ารับการฝึกอบรมจะมีค่าใช้จ่ายถูกว่าเพียงแค่ 2,000 บาทต่อราย ขณะที่การฝึกอบรมกับหน่วยงานอื่น จะมีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรประมาณ 12,000 บาท ซึ่งการดำเนินการ ก็เพื่อให้ SMEs สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น และนำไปใช้เป็นแต้มต่อในการผลิตสินค้าและบริการสู่ตลาดโลก เพื่อสร้างการยอมรับให้กับสินค้าและบริการต่อไป”นางดวงพรกล่าว
          
    อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ    กล่าวว่า กรมฯ มีแผนที่จะลงพื้นที่ไปช่วยพัฒนา SMEs ให้เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับการป้องกันสิ่งแวดล้อม โดยเบื้องต้นจะไปยังภาคใต้ มีเป้าหมายฝึกอบรมผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้าประมง อาหารทะเล ไม้ยาง และภาคบริการต่างๆ จำนวน 40 ราย ซึ่งกำหนดการฝึกอบรมไว้วันที่ 24-26 ก.พ.2558 และจากนั้นจะพิจารณาไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป เพื่อช่วยเหลือให้ SMEs มีการเข้าใจในการพัฒนาการผลิตสินค้าและบริการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น
          
    ปัจจุบัน ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการผลิตสินค้าและบริการมากขึ้น หากผู้ประกอบการรายใด มีสินค้าและบริการที่ผลิตและได้รับการติดฉลากเขียว และฉลากคาร์บอนฟุตฟริ้นท์ ก็จะได้รับการยอมรับ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับฉลากได้มากขึ้น แต่ SMEs ของไทยที่มีศักยภาพในการส่งออก ยังไม่สามารถเข้าถึงการรับรองให้ติดฉลากได้ เนื่องจากงบประมาณในการดำเนินการสร้างบุคลากรให้มีทักษะความรู้ในการประเมินคาร์บอนฟุตฟริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ยังคงมีข้อจำกัด ซึ่งการดำเนินการของกรมฯ จะช่วยแก้ไขปัญหาให้ SMEs ให้สามารถรับมือกับมาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น


ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021