​เผยผลวิจัยพฤติกรรมการอ่านและการซื้อหนังสือของคนไทย

by SME Thailand PR News 25 กพ. 2015
Share:

                
    สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ECON CHULA) และศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) แถลงข่าวเผยผลวิจัยพฤติกรรมการอ่านและการซื้อหนังสือของคนไทย
               
    นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าวว่า ในแง่ของพฤติกรรมการอ่านหนังสือ จากผลการวิจัยพบว่าร้อยละ 88 ระบุว่าอ่านหนังสือ โดยกลุ่มที่อ่านหนังสือประจำคือความถี่มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์มีเพียงร้อยละ 40.2 ของประชากร ระยะเวลาของคนไทยเฉพาะที่ใช้ในการอ่านหนังสือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 46 นาทีต่อวัน 

    โดยคนที่อ่านหนังสือมากที่สุดคือคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ใช้ระยะเวลาการอ่านเฉลี่ยอยู่ที่ 49 นาทีต่อวันและค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ในคนที่มีอายุสูงขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งคนที่มีอายุมากกว่า 61 ปีจะกลับมาอ่านเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งส่วนประเภทเนื้อหาที่ชอบอ่าน อันดับหนึ่งคือ การ์ตูน/นิยายภาพ คือ ร้อยละ 34.4
 
    สำหรับภาพรวมพบว่าปัจจัยเพศ อายุ สถานภาพ และรายได้มีผลต่อพฤติกรรมในการอ่านหนังสือ โดยหากเป็นเพศหญิง อายุน้อย สถานภาพโสด และรายได้สูง จะมีผลทำให้อ่านหนังสือบ่อยขึ้น โดยเพศหญิงมีระยะเวลาในการอ่านหนังสือเฉลี่ยสูงกว่าเพศชาย 4 นาทีต่อวัน และผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม หอพัก    หรืออพาร์ทเมนท์ จะมีระยะเวลาในการอ่านหนังสือเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าผู้อาศัยในบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือทาวน์โฮม เล็กน้อย”

    นายจรัญยังกล่าวด้วยว่าแม้ว่าอัตราการอ่านหนังสือจะค่อนข้างสูง ทว่าสัดส่วนร้อยละ 12.0 หรือ 1 ใน 10 ของประชากรที่ระบุว่าไม่อ่านอะไรเลยก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงทีเดียว โดยให้เหตุผลหลักว่าไม่มีเวลาอ่านถึงร้อยละ 63.0

    “ในแง่ของพฤติกรรมการซื้อหนังสือนั้น ซื้อเฉลี่ยปีละ 4 เล่ม โดยคนกลุ่มที่ซื้อหนังสือมากที่สุดคือคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี โดยซื้อเฉลี่ยปีละ 9 เล่ม รองลงมาคือคนที่อายุ 21-30 ปี ซื้อเฉลี่ยปีละ 6 เล่ม และค่อยๆลดจำนวนลงในคนที่มีอายุมากขึ้น จนกระทั่งคนที่มีอายุมากกว่า 61 ปีขึ้นไปจะกลับมาซื้อเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 4 เล่มต่อปี ซึ่งเด็กไทยอ่านหนังสือปีละ 9 เล่มนั้น จำนวน 4 เล่มเป็นการ์ตูน/นิยายภาพ และอีก 3 เล่มเป็นคู่มือเตรียมสอบ

    ซึ่งในส่วนของผู้ตอบแบบสอบถามที่อ่านหนังสือนั้น จำนวนร้อยละ 68.3 เคยเข้าร้านขายหนังสือ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.8 ซื้อไม่เกินครั้งละ 2 เล่ม มีค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสือโดยเฉลี่ยต่อครั้งไม่เกิน 500 บาท

    ขณะที่สถานภาพของคนโสดมีแนวโน้มซื้อนวนิยายทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่าคนที่แต่งงานแล้วแต่คนที่แต่งงานแล้วมีแนวโน้มจะซื้อหนังสือสุขภาพ อาหาร ธรรมะ และศาสนามากขึ้น และคนโสดเต็มใจในการซื้อหนังสือสูงกว่าคนที่แต่งงานแล้ว 42 บาท เพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายในการขายหนังสือคือผู้ที่โสดและรายได้สูง

    ทั้งนี้ ร้านหนังสือคือแหล่งที่ทำให้ทราบข่าวการออกหนังสือที่สำคัญที่สุด คิดเป็นร้อยละ 63.6 แต่ที่น่าสนใจคือ การแชร์ต่อจาก social media เช่น Facebook, twitter มีสัดส่วนการทำให้ทราบข่าวสูงถึงร้อยละ 24.2 จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีความสำคัญในแง่การประชาสัมพันธ์”

    นายจรัญยังกล่าวด้วยว่าในส่วนของอี-บุ๊คนั้น ผลสำรวจพบว่าตลาดยังเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดหนังสือกระดาษในไทย ทว่าอินเตอร์เน็ตกลับส่งผลกระทบต่อการอ่านอย่างสูง เพราะจำนวน 2 ใน 5 ยอมรับว่าการใช้อินเตอร์เน็ตมีผลให้อ่านหนังสือเล่มน้อยลง โดยคนไทยกว่าร้อยละ 71 ใช้อินเตอร์เน็ตและใช้เกือบทุกวัน ซึ่งคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปีใช้เวลากับอินเตอร์เน็ตมากกว่าอ่านหนังสือถึง 4.5 เท่า
Share:

Related Articles

​ออฟฟิศเมท ชวน SME ช้อปกระเช้าและของขวัญปีใหม่กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 21 เปอร์เซ็นต์

ออฟฟิศเมท ร่วมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ชวน SME องค์กร/บริษัท และนักช้อป ส่งความสุข มอบรอยยิ้มให้ลูกค้าและคนพิเศษของคุณ ด้วยของขวัญและกระเช้าปีใหม่จา..

by SME Thailand.| 27 พย. 2020

​กระทรวงอุตสาหกรรมเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนตุลาคม 2563 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6

กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนตุลาคม 2563 ขยายตัวร้อยละ 0.45 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สะ..

by SME Thailand.| 27 พย. 2020

​กรมการค้าภายในจัด “มหัศจรรย์ข้าวไทย ความภูมิใจแห่งท้องทุ่ง” รณรงค์บริโภคข้าวไทย

กรมการค้าภายใน จัดงาน “มหัศจรรย์ข้าวไทย ความภูมิใจแห่งท้องทุ่ง” หวังสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคได้รู้จักพันธุ์ข้าว และทราบถึงคุณประโยชน์ของข้าวไทย พร..

by SME Thailand.| 25 พย. 2020