​ทีดีอาร์ไอมองเศรษฐกิจไทยโตขาเดียวยังไม่ฟื้นอย่างที่คิด

by SME Thailand PR News 27 กพ. 2015
Share:


    นายวิรไท สันติประภพ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในการสัมมนาในหัวข้อจับทิศเศรษฐกิจไทย ว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้เดินหน้าแบบขาเดียวในทุกกลไกที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภาคการผลิตก็มีปัญหากำลังซื้อลดลง สินค้าเกษตรมีราคาตกต่ำ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจกระจุกตัวใน กทม.และภาคกลางเท่านั้น ในขณะที่ภูมิภาคอื่นของประเทศยังไม่ฟื้นตัวมากนัก

    ด้านการท่องเที่ยว ดูเหมือนจะฟื้นตัวแต่ก็ฟื้นแบบขาเดียว เพราะมีแต่นักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่นักท่องเที่ยวยุโรป ญี่ปุ่น และรัสเซียลดลง

    “เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ ทรงๆ ตัว เนื่องจากทุกคนคาดว่า การใช้จ่ายของภาครัฐจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ความเป็นจริงรัฐบาลไม่สามารถที่จะผลักดันการเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมาย เพราะอยู่ในโหมดปฏิรูปและต่อต้านคอร์รัปชั่น ทำให้หน่วยงานราชการไม่กล้าที่จะเบิกจ่ายเงินงบประมาณ โดยเฉพาะกลุ่มที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ ระมัดระวังการใช้จ่ายงบประมาณมาก เพราะ ส่วนใหญ่บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่นมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งกลุ่มของรัฐวิสาหกิจอยู่ระหว่างการปฏิรูปองค์กรที่มีปัญหาขาดทุน ซึ่งก็มีปัญหาการเบิกจ่ายและการลงทุนเช่นกัน” นายวิรไท กล่าว

    สำหรับสถาบันการเงินก็มีการเดินหน้าแบบขาเดียวเช่นกัน ก่อนหน้านี้สินเชื่อภาคครัวเรือนมีการขยายตัวเกิน 10% แต่ปัจจุบันขยายตัว 2% เนื่องจากประชาชนนำเงินในอนาคตมาใช้จ่ายไปซื้อรถคันแรก ซื้อบ้าน ทำให้มีภาระหนี้สินมากแล้ว อีกทั้งไม่กล้าที่จะก่อหนี้ใหม่เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการที่จะกลับมากล้าใช้จ่ายอีกครั้ง

    นายวิรไท กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกก็เดินด้วยขาข้างเดียว คือ สหรัฐ ที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยุโรปและญี่ปุ่นยังมีอาการทรงกับทรุด รวมทั้งกรีซก็มีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เศรษฐกิจก็ไม่ได้ดีอย่างที่มีการคาดการณ์

    นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเสี่ยง ซึ่งจะต้องจับตาท่าที่วิกฤตการเงินของกรีซว่าจะสามารถชำระหนี้และจะออกจากกลุ่มยูโรโซนหรือไม่ รวมทั้งการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในกลางปีนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความผันผวนตลาดเงินและตลาดทุน หากสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยให้เงินทุนไหล ออก และค่าเงินมีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่าขึ้น

    “ในระยะนี้ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งในตลาดเงินและตลาดทุนของตลาดเกิดใหม่ ทำให้มีโอกาสที่เงินจากต่างชาติจะเริ่มไหลออกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2558 จนถึงกลางปีนี้ แม้ในช่วงนี้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าจากการที่ต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุน

       อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณของความผันผวนของค่าเงินในช่วงปลายไตรมาสแรก ซึ่งมีโอกาสจะอ่อนค่าในกรอบ 32.5-33 บาท/เหรียญสหรัฐ และประเมินว่าในช่วงปลายปีค่าเงินบาทจะอ่อนค่ามาอยู่ที่ระดับ 34 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่ความผันผวนจะไม่ถึงขั้นรุนแรงมาก เพราะจะมีเงินจากการอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรปและญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่” นายอมรเทพกล่าว

    ทั้งนี้ แนวโน้มค่าเงินบาท แข็งค่าน่าจะเป็นโอกาสให้กับประเทศไทยนำเข้าสินค้าเครื่องจักรเพื่อนำปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งหาช่องทางไปลงทุนในต่างประเทศ

    นายอมรเทพ มองว่า ช่วงปลายปีนี้ภาวะการไหลออกของเงินทุนจะรุนแรงมากขึ้น จึงอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงดอกเบี้ยนโยบายเก็บกระสุนไว้รองรับกับวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020