​พิษค่าเงินยูโรถล่มส่งออกไทยยับ 6 พันล้านบาทต่อเดือน

by SME Thailand PR News 03 มีค. 2015
Share:


    สินค้าไทยในตลาดอียูอ่วม ผู้ส่งออกเจ๊งเดือนละ 6,000 ล้านบาท หลังเจอค่าเงินยูโรร่วง แถมเจอลูกค้าขอเจรจาลดราคา 15%

    นายวัลลภ  วิตนากร  รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)  เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกไทยที่มีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) สินค้าไปตลาดยุโรปได้ประสบปัญหาการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้วเฉลี่ย 6,000 ล้านบาทต่อเดือน จากค่าเงินสกุลยูโรได้อ่อนค่าลง 20%  เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะเซ็นสัญญาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนหรือ 1ไตรมาส จึงไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ ขณะเดียวกันยังพบว่าในไตรมาสที่ 2และ3 ลูกค้าจากยุโรปเริ่มขอเจรจาให้ไทยลดราคาสินค้าลง 10-15% ในกรณีที่มีการซื้อขายด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการซื้อขายด้วยเงินสกุลยูโรไม่ได้มีการเจรจาขอลดราคาเพราะค่าเงินยูโรอ่อนค่าอยู่แล้ว

    “ผู้ประกอบการไทยที่เซ็นสัญญาซื้อขายด้วยเงินยูโรหากรวมไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ขาดทุนรวม 18,000 ล้านบาท เพราะเมื่อแลกมาเป็นเงินไทยหรือเงินสกุลสหรัฐก็จะมีมูลค่าน้อย ส่วนผู้ที่ทำสัญญาซื้อขายด้วยเงินสกุลสหรัฐในไตรมาสแรกยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ในไตรมาส 2-3 ก็จะกระทบเพราะลูกค้าขอให้ลดราคาตามค่าเงินยูโรที่อ่อนตัว 10-15% หากรายใดต้องการประคองตลาดก็ต้องยอมเจ็บตัว แต่หากรับไม่ไหวก็จำเป็นต้องทิ้งตลาดนี้ไปแล้วหาตลาดใหม่ทดแทน”

    นายวัลลภ กล่าวว่า การส่งออกไทยภาพรวมในไตรมาสที่ 1 (ม.ค. – มี.ค. 58) เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าติดลบ 2%  แต่เศรษฐกิจโลกน่าจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้ครึ่งปีแรกการส่งออกไทยอาจกลับมาขยายตัวในระดับ 0%  ส่วนเป้าหมายการส่งออกทั้งปีที่ตั้งไว้ 1.1-1.5% คงต้องมีการติดตามสถานการณ์เป็นรายไตรมาสอีกครั้ง
    
    อย่างไรก็ตามแนวทางแก้ปัญหาในส่วนของภาคเอกชนนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของการหาตลาดใหม่โดยเฉพาะตลาดอาเซียนและเรื่องของการค้าชายแดน ขณะที่ภาครัฐนั้นทางเอกชนต้องการให้ผลักดันเรื่องการส่งออกให้เป็นวาระเเห่งชาติ และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนให้เหมาะสมเพื่อให้ผู้ส่งออกสามารถแข่งขันได้ เนื่องจากประเทศคู่แข่งไทยค่าเงินอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์ต่างจากไทยที่อ่อนค่าเพียงเล็กน้อย

    นายนพพร   เทพสิทธา ??ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า การผลักดันการส่งออกเป็นวาระแห่งชาตินั้นต้องเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลไม่ให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และต้องเป็นความร่วมมือกันของทุกหน่วยงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการส่งออกของไทยทั้งในด้ายการหาตลาดใหม่ที่เน้นการค้าและเอฟทีเอ รวมถึงสร้างขีดความสามารถแข่งขันของไทยที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และการสร้างฐานข้อมูลเดิม ข้อมูลใหม่ นำมาใช้วิเคราะห์ทางการค้าเพื่อให้เกิดประโยชน์

    ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาเรื่องของ เทอร์มินอล แฮนด์ลิ้ง ชาร์จ  หรือ ภาระหน้าท่านั้นทาง  สรท. ต้องการให้ผู้ประกอบการสายเดินเรือชะลอการปรับเพิ่ม โดยให้เรียกเก็บในอัตราเดิมจนกว่าผลการศึกษาจะเสร็จภายใน 4 เดือน รวมถึงไม่ต้องการให้ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วย

    อย่างไรก็ตาม สรท. มีข้อสังเกตุถึงความซ้ำซ้อนของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับบริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เรียกเก็บโดยสายเรือและผู้ให้บริการอื่น จึงเสนอให้ทำการศึกษาโครงสร้างรายการค่าใช้จ่ายครอบคลุมบริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศทั้งระบบ เพื่อจะได้รับทราบต้นทุนที่แท้จริงของสายเดินเรือและสามารถกำหนดแนวทางพิจารณาค่าบริการที่เหมาะสมร่วมกันในอนาคต

ที่มา เดลินิวส์
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020