เร่งศึกษากฎหมายคนเดียวตั้งบริษัทได้เอื้อธุรกิจเข้าถึงแหล่งทุน

by SME Thailand PR News 18 มีค. 2015
Share:



    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งเป้าศึกษากฎหมายการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลโดยเจ้าของคนเดียว ให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 หวังช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุน และลดอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจให้ง่าย สะดวก คล่องตัว สอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศ รษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ปลายปีนี้

    นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยห้างหุ้นส่วนและบริษัท กำหนดให้กรณีห้างหุ้นส่วนมีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป บริษัทมีผู้เริ่มก่อการจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งในทางปฏิบัติก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการลงทุนจัดตั้งธุรกิจ และปัญหาข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกันเอง 

    ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคเอกชนที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเพียงคนเดียว โดยไม่ประสงค์ที่จะร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นหรือไม่สามารถหาผู้ร่วมลงทุนรายอื่นได้ และช่วยลดปัญหาการเกิดข้อพิพาทที่อาจเกิดจากความคิดเห็นขัดแย้งกันระหว่างผู้ถือหุ้นของบริษัทด้วยกันเอง 

    ประกอบกับในปัจจุบันสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเกิดการรวมตัวกันของประเทศในกลุ่มอาเซียนเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งจะกลายเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานอย่างเสรี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะที่กำกับดูแลและอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล มีนโยบายที่จะทบทวน ปรับปรุง หรือกำหนดให้กฎหมายเกี่ยวกับการจดทะเบียนมีความทันสมัย เอื้อต่อการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน สอดคล้องกับการลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวม

    “การศึกษากฎหมายเกี่ยวการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจโดยเจ้าของคนเดียว มีจุดมุ่งหมายเพื่อขจัดปัญหา ในการประกอบธุรกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการไทยให้พร้อมในการแข่งขันทางการค้าและ การลงทุน รวมทั้งยกระดับให้ประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจ (Ease Doing Business) ในอันดับ Top Ten ของโลก 

    กรมฯ จึงมีแผนงานที่จะศึกษา วิเคราะห์ รูปแบบการจัดตั้งนิติบุคคลโดยบุคคลคนเดียว ตามกฎหมายของต่างประเทศ เพื่อดูถึงผลดี ผลเสีย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยจะนำมาเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศไทย เพื่อให้ได้รูปแบบการจัดตั้งนิติบุคคลโดยบุคคลคนเดียวที่เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจ ของคนไทย โดยกระบวนการศึกษานั้นจะเริ่มตั้งแต่ศึกษาวิธีการจัดตั้งธุรกิจ การดำเนินธุรกิจโดยบุคคลคนเดียวตลอดไป และดำเนินธุรกิจโดยบุคคลคนเดียวช่วงระยะเวลาหนึ่ง การจัดทำงบการเงินโดยไม่ต้องมีผู้สอบบัญชี จนถึงการเลิกประกอบธุรกิจ ซึ่งหลังจากได้ผลการศึกษาแล้วจะนำไปวิเคราะห์ผลดี ผลเสีย ก่อนทำการยกร่างกฎหมาย ว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลโดยบุคคลคนเดียวเพื่อให้เป็นสากล มีประสิทธิภาพรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ”

    คาดว่า การศึกษากฎหมายดังกล่าวจะช่วยลดปัญหา ขจัดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจให้แก่นักลงทุน ทั้งไทย และต่างชาติได้มากขึ้น เอื้อต่อการค้าและการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นอย่างมาก
Share:

Related Articles

​หน่วยงานรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเซเว่นฯ จัดสัมมนาออนไลน์ Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19...ทำอย่างไรให้รอด

4 พันธมิตร สสว.-กสอ.-SME D Bank -สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดสัมมนาออนไลน์ “Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021

​แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำ..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021