​ดีเอสไอชี้เทคโนโลยีปัจจัยหลักเอื้อแชร์ลูกโซ่ระบาดหนักแก้ยาก

by SME Thailand PR News 24 มีค. 2015
Share:


    ดีเอสไอเผยแชร์ลูกโซ่ยังคงระบาดหนัก ถือเป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศที่ยังไม่แก้ไขจริง ชี้เทคโนโลยีที่ทันสมัยปัจจัยหลักเอื้อการกระทำผิดได้หลากหลายมากขึ้น
    
    นายวัลลภ นาคบัว รองโฆษกกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ ร่วมแถลงผลการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม กรณีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ หรือการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

    พ.ต.ต. วรณัน กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งเรื่องนี้มีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยที่มีหน้าที่ปราบปราม อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ฯลฯ แต่ยังไม่ได้ทำให้ปัญหาเหล่านี้เบาบางหรือลดลง ประกอบกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยกลับเป็นช่องทางที่เอื้อให้เกิดการกระทำความผิดในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ให้หลากหลาย และซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นภัยร้ายที่กัดกร่อนทางเศรษฐกิจของสังคม และประชาชนในทุกระดับ

    ทั้งนี้ จากสถิติข้อมูลด้านคดีของดีเอสไอตั้งแต่ พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบัน พบว่าดีเอสไอได้รับคดีแชร์ลูกโซ่เป็นคดีพิเศษแล้วกว่า 100 คดี โดยมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการสืบสวน และตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกกว่า 43 คดี อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาจำแนกลักษณะของการกระทำความผิดอย่างกว้างๆ พบว่า แผนประทุษกรรมในการกระทำความผิดจะมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของแต่ละกลุ่มคน ดังนี้

    กลุ่มที่ 1 ประชาชนระดับรากหญ้า ส่วนใหญ่แชร์ลูกโซ่จะถูกแฝงตัวมาในรูปแบบของการฌาปนกิจสงเคราะห์ เนื่องจากเป็นความสัมพันธ์ด้านพื้นฐานของชีวิตที่ประสงค์ให้ลูกหลานมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการทำศพหลังเสียชีวิตโดยไม่ทำให้คนที่อยู่ข้างหลังเดือดร้อน ซึ่งกรณีนี้สามารถตรวจสอบว่าฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นได้ลงทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    กลุ่มที่ 2 ประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นคนระดับกลาง โดยแชร์ลูกโซ่จะมาในรูปแบบของการร่วมลงทุนในสินค้า บริการต่าง ๆ หรือธุรกิจขายตรง เช่น แชร์น้ำมันหอมระเหย แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์พวงมาลัย แชร์ล็อตเตอรี่ เป็นต้น เนื่องจากคาดหวังในผลกำไรและเป็นการลงทุนที่ง่ายไม่ซับซ้อน สำหรับกรณีนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่ สคบ.

    กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มผู้มีเงินทุน และความรู้ค่อนข้างสูง โดยการหลอกลวงจะพัฒนารูปแบบการลงทุนเป็นเรื่องการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือการลงทุนในการซื้อขายโลหะมีค่า เช่น ทองคำ หรือหุ้น เป็นต้น เนื่องจากมีรูปแบบการลงทุนที่ถูกต้อง และมีผลตอบแทนค่อนข้างสูงให้เห็นในต่างประเทศ เมื่อกลุ่มคนร้ายนำรูปแบบการลงทุนแบบเดียวกันมาแอบแฝงในการกระทำผิด จึงหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย สำหรับกรณีเกี่ยวกับการซื้อขายเงินตราต่างประเทศนี้สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่แบงก์ชาติ

    รองโฆษก ดีเอสไอ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ ดีเอสไอจะเป็นตัวกลางในการประชุมหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการที่จะจัดขึ้นในต้นเดือนเม.ย.นี้ เพื่อบูรณาการข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน และวางแนวทางป้องกันปราบปรามร่วมกันด้วย
Share:

Related Articles

​หน่วยงานรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเซเว่นฯ จัดสัมมนาออนไลน์ Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19...ทำอย่างไรให้รอด

4 พันธมิตร สสว.-กสอ.-SME D Bank -สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดสัมมนาออนไลน์ “Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021

​แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำ..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021