​เร่งแก้กฎหมายขจัดอุปสรรคขวางตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ

by SME Thailand PR News 26 มีค. 2015
Share:



    “จักรมณฑ์” แจง สนช. หนุนพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เดินหน้าปรับแก้กฎหมาย ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ มั่นใจไทยสามารถขยับขึ้นเป็นศูนย์กลางหรือฮับในการกระจายสินค้าในย่านอาเซียน

    นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลังคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำโดยพลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะ ว่า คณะกรรมาธิการ มีความสนใจการดำเนินงานของกระทรวงในหลายด้าน อาทิ แนวทางการผลักดันแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและที่เป็นอุปสรรคในทางปฏิบัติของกระทรวง แนวทางการส่งเสริมการค้าชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเตรียมความพร้อมและการใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน

    สำหรับประเด็นของการแก้ไขกฎหมายต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันของประเทศทางกระทรวงอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลายฉบับ อาทิ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ตลอดจนระเบียบและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับยุคปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ…อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ…และการเตรียมดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558

    ส่วนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษทางกระทรวงชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นของการจัดตั้งเขตดังกล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการส่งออก เพราะช่วยลดต้นทุนในการประกอบการต่างๆ เช่น ค่าแรงงานราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ ยังช่วยทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าจากไทยไปยังประเทศต่างๆในอาเซียนด้วย โดยในปี 2558 นี้ อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจข้อมูลและพื้นที่เพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใน 5 จังหวัดพื้นที่ชายแดน ประกอบด้วย จังหวัดตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา และตราด

ส่วนการเตรียมความพร้อมและใช้ประโยชน์จากตลาดที่ใหญ่ขึ้นในการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) กระทรวงได้ทำการกำหนดกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงาน และการดำเนินการด้านมาตรฐาน รวมทั้งบูรณาการการใช้ข้อมูลสารเคมีและวัตถุอันตรายร่วมกับ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมธุรกิจพลังงาน ขณะเดียวกันได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการสารเคมีและวัตถุอันตราย โดยที่ประเทศไทยจะพัฒนาระบบการอนุญาตวัตถุอันตราย ณ จุดเดียว” นายจักรมณฑ์ กล่าว

    อย่างไรก็ดี ในการแก้ไขปัญหากรณีเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนต่างๆ กระทรวงได้เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาของโรงงานอุตสาหกรรมผ่าน Hotline สายด่วนรัฐมนตรี www.industry.go.th หรือสายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 หรือที่ www.diw.go.th ได้ โดยในระยะต่อไปจะมีการพัฒนาระบบการกำกับตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐาน และพัฒนาระบบการรับเรื่องร้องเรียนให้รวดเร็วขึ้น แก้ปัญหาได้ตรงจุด มีประสิทธิภาพ รวมทั้งแก้ไขกฎหมายให้มีความรัดกุม เน้นให้ผู้ก่อมลพิษสิ่งแวดล้อมต้องเป็นผู้ชดใช้


ที่มา แนวหน้า
Share:

Related Articles

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​บริดจสโตน ส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตน ผ่านโครงการ B-Active สร้างพื้นที่ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของเด็กไทย

บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์อันดับหนึ่งในประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตนในโครงการ B-Active แห่งที่ 3 ณ โรงเรี..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021