​เปิดผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในร้านค้าปลีกโต 306%

by SME Thailand PR News 06 เมย. 2015
Share:


    การซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกผ่านช่องทางหลากหลายกำลังเติบโตในประเทศไทยในอัตราร้อยละ 306 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
 
     ผลสำรวจจากดันน์ฮัมบี้แสดงให้เห็นถึงอัตราการเติบโตสำหรับการซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกผ่านความหลากหลายของช่องทางการจัดจำหน่าย (multichannel) ซึ่งเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทย
 
    o   การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกผ่านความหลากหลายของช่องทางการจัดจำหน่าย (multichannel) ทำให้การซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกทั้งทางออนไลน์และหน้าร้านเติบโตถึงร้อยละ 97 และร้อยละ 89 ตามลำดับในตลาดเกิดใหม่
 
    o   การเติบโตในประเทศไทยสูงถึงร้อยละ 306 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
 
    o   ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เครื่องดื่มประเภทไม่มีแอลกอฮอล์ผสม (Soft Drink) และเครื่องเขียนมีการเติบโตที่เร็วที่สุด
 
    o   ช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายไม่ได้ส่งผลประโยชน์แก่ทุกแบรนด์สินค้า
 
 
    จากผลสำรวจชิ้นใหม่โดยดันน์ฮัมบี้ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคได้เผยว่าการซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกโดยผ่านช่องทางที่หลากหลายกำลังขยายตัวทั่วโลก  ผลสำรวจชิ้นนี้ได้ทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้คนจำนวน 7 ล้านคนใน 14 ประเทศในทวีปยุโรป เอเชียและอเมริกาเหนือ
 
    ผลสำรวจชิ้นนี้ยังเผยถึงการเติบโตในอัตราที่สูงผ่านการพัฒนาตลาดที่หลากหลายช่องทางในบรรดาตลาดเกิดใหม่ อาทิประเทศไทยที่มีการเติบโตมากถึงสี่เท่าโดยเปรียบเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา
 
    แม้แต่ร้านขายสินค้าออนไลน์ที่เพิ่งก่อตัวได้ไม่นานยังมีการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญทั่วโลกโดยสินค้าที่ทำรายได้สูงสุด 3 ประเภทผ่านช่องทางออนไลน์ได้แก่ เนื้อแช่แข็ง อาหารเด็กและผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กและอาหารกระป๋องโดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ร้อยละ 21
 
    ผลการสำรวจยังได้เน้นถึงกลยุทธ์หลายช่องทางที่ได้รับการพัฒนาว่ามีความสำคัญต่อแบรนด์สินค้าอย่างไร จำนวนของผู้ค้าออนไลน์ส่วนมากจะเป็นผู้บริโภคหลายช่องทาง ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่ยังคงยึดติดกับช่องทางออนไลน์
 
    ในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่ได้มีการวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมผู้บริโภคสำหรับการศึกษาในเรื่องนี้ ผลิตภัณฑ์ประเภทเบเกอรี่และเครื่องเขียนมีการเติบโตในอัตราที่สูงมาก (416% และ 619Y% ตามลำดับ) ในขณะที่คนไทยกำลังให้ความสนใจและยอมรับช่องทางออนไลน์มากขึ้น
 
    แบรนด์สินค้าต่าง ๆ มีแนวโน้มอย่างมากที่จะประสบความสำเร็จในกรณีที่กลุ่มตลาดเป้าหมายสอดคล้องกับความต้องการของผู้ค้าออนไลน์โดยทั่วไปแล้วคือกลุ่มผู้บริโภคที่อายุน้อยและมีรายได้สูงและมีครอบครัวแล้ว
 
    ผลสำรวจชิ้นนี้ยังได้ชี้ให้เห็นว่าแบรนด์สินค้าแต่ละชนิดจะได้รับประโยชน์จากการเติบโตจากช่องทางหลากหลายอย่างไม่เท่าเทียมกันโดยร้านค้าออนไลน์จำนวนมากได้ประสบภาวะการลดลงในประสิทธิภาพการขายสินค้าออนไลน์หรือการเติบโตของการขายสินค้าออนไลน์ที่ต่ำกว่าการขายผ่านหน้าร้าน
 
    นายธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม บริษัท ดันน์ฮัมบี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผลสำรวจแสดงชี้ได้ชัดว่าผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีการซื้อสินค้าในขณะที่ร้านค้าออนไลน์ได้กลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้น สำหรับผู้บริโภคชาวไทยก็จะยังคงมองหาทางเลือกที่มาพร้อมกับการช่องทางการซื้อสินค้าที่หลากหลายและแบรนด์สินค้าจำเป็นที่จะยืดหยุ่นและคว้าทุกโอกาสที่เข้ามา”
 

 
Share:

Related Articles

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021

​dtac business จับมือ Google Cloud ช่วย SME ไทยในช่วงล็อคดาวน์และ WFH

dtac business ยกระดับ SME ไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ดีแทคนำเสนอโซลูชันการทำงานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพก..

by SME Thailand.| 15 กย. 2021

​เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19

เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการจั..

by SME Thailand.| 15 กย. 2021