ภาวะอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น ดัชนี ก.พ.ขยายสูงสุดรอบ 23 เดือน

by SME Thailand PR News 08 เมย. 2015
Share:


    รมว.อุตสาหกรรม เผยภาวะอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ดัชนีผลผลิตได้ขยายตัวสูงสุดในรอบที่ 23

    นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รายงานให้ที่ประชุม ครม. ทราบถึงภาวะอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยดัชนีผลผลิตได้ขยายตัวสูงสุดในรอบ 23 เดือนที่ 3.55% หลังจากเครื่องชี้อุตสาหกรรมหลายตัวได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น การนำเข้าวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 20% การส่งออกรถยนต์ขยายตัว 16% รวมถึงยอดการขออนุญาตตั้งโรงงาน ขณะที่ยอดขายในมหกรรมมอเตอร์โชว์ที่เพิ่งสิ้นสุดไป แม้จำนวนคันที่จองจะลดลงเหลือ 37,000 คัน แต่ยอดขายก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 46,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ายอดจองส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มรถที่มูลค่าสูงกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนกลุ่มอีโคคาร์ยอดซื้อลดลงอาจเป็นเพราะมีการซื้อไปในช่วงที่มีโครงการถยนต์คันแรก 

    “ตอนนี้ภาคอุตสาหกรรมมีสัญญาณที่ดี เห็นข้อมูลเดือน ก.พ.แล้วผมก็สบายใจขึ้น ยอดเปิดโรงงานก็อยู่ในเกณฑ์ดี การออเดอร์ปูนซิเมนต์ที่ดีขึ้นสะท้อนภาคของการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าหลังสงกรานต์อุตสาหกรรมก่อสร้างจะขยายตัวมากทั้งด้วยการลงทุนเอกชนและการลงทุนรัดก็เร่งรัดมาแล้ว  อาจจะสตาร์ทช้าแต่พอติดแล้วหลังสงกรานต์นี้จะออกเร็วเลย โครงการต่างๆตอนนี้แน่นอนแล้วโครงการต่างๆ ก็จะตามมาทั้งโครงการรถไฟไทยจีน ไทยญี่ปุ่น ”

    อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทย มีความสมดุล เพราะแม้จะมีการมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่อัตราการว่างงานของไทยก็อยู่ในระดับต่ำเทียบกับหลายประเทศที่การว่างงานสูงมาก เช่น สเปนว่างงานถึง 20% กรีซ สหรัฐฯ ก็ว่างงานสูง แต่ต้องยอมรับว่ากลุ่มที่ถูกจัดระเบียบสังคมจะได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่งก็จำเป็นต้องทำ ส่วนเกษตรกรชาวนาและชาวสวนยางที่ราคาตกต่ำรัฐบาลก็พยายามแก้ไขปัญหา 

    นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า คาดว่าจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่าจีดีพีของประเทศที่ 3-4% แต่ระยะหลังจากนี้ทั้งจีดีพีประเทศและภาคอุตสาหกรรมจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในประเทศมากว่าแต่ก่อนที่จะพึ่งพิงการส่งออก เนื่องจากขณะนี้โครงสร้างอุตสาหกรรมของโลกเปลี่ยนไป โดยการค้าโลกจะขยายตัวเท่ากับจีดีพีโลกจากอดีตที่จะสูงกว่า เพราะขณะนี้สินค้าต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงเร็วไม่ได้มีการผลิตในจำนวนมากและกว้างขวาง  ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่เดิมนำเข้าจากประเทศกำลังพัฒนา ก็หันไปผลิตสินค้าเอง  

    ส่วนโยบายการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่มีนักวิชาการประเมินว่าอาจจะไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนนั้น  กระทรวงฯ จะเริ่มให้มีการศึกษาก่อนเพราะจากการประเมินตอนนี้ยอมรับว่าต้นทุนการผลิตจะแพงจริง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้อีกประมาณ 10 ปีต้นทุนต่างๆ เริ่มลดลงและเทคโนโลยีก็สูงขึ้น เมื่อมีความแน่ใจแล้วค่อยมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนตามมา ซึ่งขณะนี้ก็มีค่ายรถยนต์ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีสนใจที่จะผลิตแต่พบว่าต้นทุนแพง หากจะเริ่มต้นจะต้องเป็นระบบไฮบริดจ์ก่อน   

ที่มา www.daliynews.co.th
 
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020