​ธปท.หวั่นส่งออกฉุดเศรษฐกิจไทยปี 58 โตต่ำกว่า 3.8%

by SME Thailand PR News 10 เมย. 2015
Share:



ธปท.จับตาเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2 นี้อย่างใกล้ชิด หากยังไม่ฟื้น และส่งออกยังติดลบอยู่ เป็นไปได้ว่า เศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้จะเติบโตได้ต่ำกว่า 3.8% 

    นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะจับตาเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2 นี้อย่างใกล้ชิด โดยหากเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังไม่ฟื้น และการส่งออกยังติดลบอยู่ ก็มีความเป็นไปได้ว่า เศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้จะเติบโตได้ต่ำกว่า 3.8% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังมองว่า อย่างน้อยที่สุดจีดีพียังมีโอกาสขยายตัวได้ 2.5% หากการส่งออกดีขึ้นกว่าช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมา

     “ทั้งนี้ เพราะช่วงช่วงไตรมาส 2 และ 3 ถือเป็นฤดูกาล (ไฮซีซั่น) ของการส่งออก แต่ตัวเลขไตรมาสแรกที่ผ่านมานั้น ต่ำกว่าที่ธปท.ประเมินไว้ อีกทั้งยังมีโอกาสมากขึ้น ที่การส่งออกจะติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งมองว่า มูลค่าการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ ต้องไม่ต่ำกว่าเดือนละ 19,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จึงจะทำให้การส่งออกปีนี้โตได้ 0.8% แต่หากส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การส่งออกทั้งปีนี้คงจะติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แน่นอน”

     ธปท.ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มป่วยมาระยะหนึ่ง แล้วตั้งแต่ปี 49 ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง จากการชุมนุมทางการเมือง และภัยธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่งทำให้การลงทุนลงลดตามไปด้วย แต่ในระยะยาวแล้ว ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยเป็นบวกอยู่ โดยจะเริ่มฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลังไปจนถึงไตรมาสแรกปีหน้า ถ้าการเบิกจ่ายงบประมาณต่าง ๆ ที่รัฐได้ลงนามไปก่อนหน้านี้ ในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ล่าช้าไปพอสมควร ซึ่งน่าจะช่วยมีส่วนช่วยขับเคลื่อนทำให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนต่อยอด กระตุ้นการบริโภคให้มีมากขึ้นตามไปด้วยได้

     ส่วนค่าเงินบาทนั้น ตั้งแต่ต้นปีแข็งค่าขึ้น 1% ถือว่าน้อย แต่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่สกุลเงินอ่อนค่าลง 2-4% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ทั้งนี้เห็นว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกมากเท่าเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ทั้งเศรษฐกิจในยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ที่สำคัญไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ค่อยมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยี  จากการที่ไม่ค่อยมีการลงทุนเพิ่มเติมมาเป็นเวลานาน ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ซึ่งอนาคตจะต้องเร่งหนุนการลงทุนให้มากขึ้น โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนา ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มแล้ว มาถูกทางแล้ว แต่ยอมรับว่าเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าจะเห็นผล

     ด้านหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอีกนั้น หากจีดีพีเติบโตขึ้นด้วย ก็ไม่น่าเป็นปัญหา และมองว่า ปี 59 หนี้ครัวเรือนจะเริ่มลดลง จากรถคันแรกที่เริ่มครบกำหนดผ่อนชำระ ทำให้ประชาชนนำเงินมาใช้จ่ายด้านอื่นได้มากขึ้น

ที่มา www.dailynews.co.th
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021