​ทีเอ็มบีทำกำไรไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 38%

by SME Thailand PR News 18 เมย. 2015
Share:


     ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งผลประกอบการ ไตรมาสที่ 1 ปี 2558 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากผลการดำเนินงานหลักก่อนสำรองจำนวน 4,320 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการขยายตัวของทั้งรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารตั้งสำรองเพื่อความระมัดระวังจำนวน 2,387 ล้านบาท ทำให้มีผลกำไรสุทธิจำนวน 1,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2557
 
    นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีเอ็มบี กล่าวว่า “ในไตรมาส 1 ปี 2558 นี้ ผลการดำเนินงานของธนาคารดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารสามารถขยายสินเชื่อคุณภาพ (Performing Loans)  ได้ 1.5% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดกลาง ในขณะที่เงินฝากเพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปีที่แล้ว ซึ่งธนาคารยังคงให้ความสำคัญของการเป็นธนาคารที่มีเงินฝากเพื่อการทำธุรกรรมที่ดีที่สุด (Transactional banking excellence) โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ธนาคารได้เปิดตัวผลิตภัณท์ “TMB All Free” ซึ่งเป็นผลิตภัณท์ที่เพิ่มความชัดเจนของสิทธิประโยชน์การทำธุรกรรมของลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการใช้บริการของทีเอ็มบีอย่างเต็มที่”
 
    “กำไรจากการดำเนินงานขยายตัวได้ดี โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว จากการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (Net Interest Margin) ที่เพิ่มขึ้นจาก 2.85% เป็น 3.13% ซึ่งเป็นผลจากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดีประกอบกับการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อคุณภาพ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว 26% โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมเป็นหลัก ทำให้รายได้รวมของธนาคารเพิ่มขึ้น 17% ขณะที่ค่าใช้จ่ายลดลง 5% จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน      ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนสำรองเพิ่มขึ้น  
38% เป็นจำนวน 4,320 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการรองรับความเสี่ยงและระมัดระวังในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนและคงความมั่นคงของสถานะการเงิน ธนาคารจึงตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเป็น 2,387 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ทำให้กำไรสุทธิมีจำนวน 1,638 ล้านบาท”
 
    ในไตรมาสนี้ สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) มีจำนวน19,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,097 ล้านบาทเทียบกับเมื่อสิ้นปีที่แล้ว  ทำให้สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.8% มาอยู่ที่ 3.0% ขณะที่ธนาคารยังคงความแข็งแกร่งของสัดส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ที่ 150%
 
    ทั้งนี้ ธนาคารยังคงดำรงระดับความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ภายใต้เกณฑ์ Basel III ที่สูงที่อัตรา 17.8% โดยเป็นกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ในสัดส่วน 10.9% ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งกำหนดไว้ที่ 8.5% และ 6% ตามลำดับ
 
    นายบุญทักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังมีความระมัดระวังรวมทั้งให้ความสำคัญในการรักษาคุณภาพสินทรัพย์และสัดส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพให้อยู่ในระดับสูง เพื่อความมั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป รวมทั้งธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่ส่งมอบบริการที่ให้ประโยชน์อย่างแท้จริงของการทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021