​ผลสำรวจชี้ไตรมารแรก SME หงอยรายได้น้อยกว่าที่คาด

by SME Thailand PR News 22 เมย. 2015
Share:


    มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ทำการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 428 รายจาก 8 จังหวัด  เกี่ยวกับผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ปี 2558  แนวทางในการปรับตัวเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ใช้  การคาดการณ์ผลประกอบการและอุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจในไตรมาสที่ 2  ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 8 เมษายน 2558

    จากการสำรวจถึงผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 เมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้  โดยแบ่งตามขนาดของสถานประกอบการพบว่า  สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย (การจ้างงานไม่เกิน 5 คน)  54% ระบุว่า  ยอดขายน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้  34% ระบุว่า  ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ และอีก 12% ระบุว่า มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

    สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก (การจ้างงาน 6 ถึง 50 คน) 44% ระบุว่า  ยอดขายน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้  38%  ใกล้เคียงกัน  และอีก 18%  มากกว่าที่คาดการณ์ไว้  

    และสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลาง (การจ้างงาน 51 ถึง 200 คน)  36% ระบุว่า  ยอดขายน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้  47% ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้  และอีก 17% มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

    จากการให้ผู้ประกอบการที่ระบุว่ายอดขายลดลงประเมินการลดลงของยอดขาย  พบว่า  โดยเฉลี่ยแล้ว  ยอดขายในไตรมาสที่ 1 ปี 2558  ของผู้ประกอบการรายย่อยลดลงประมาณ 32% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปี 2557 ผู้ประกอบการขนาดเล็กยอดขายลดลง 24% และผู้ประกอบการขนาดกลางยอดขายลดลง 18%

    เมื่อสอบถามถึงแนวทางการปรับตัวที่ใช้ในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา  พบว่า  ผู้ประกอบการทั้งสามกลุ่มมีแนวทางการปรับตัวที่คล้ายคลึงกัน  โดยแนวทางที่นิยมใช้มากที่สุด 5 อันดับแรก  คือ  การลดราคาสินค้า  การใช้โซเชียลมีเดียมาช่วยโฆษณาและทำตลาด  การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ  การให้ของแถมและบัตรกำนัล  และการพัฒนาความสามารถของพนักงานเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น  

   ซึ่งจากการประเมินของผู้ประกอบการพบว่า  แนวทางเหล่านี้ให้ผลในการกระตุ้นยอดขายอยู่ในระดับดีถึงดีมาก  ส่วนแนวทางที่นำมาใช้แล้วไม่ประสบผลเท่าที่ควร  ได้แก่  การออกร้านประชาสัมพันธ์  การนำเสนอบริการ/ผลิตภัณฑ์ใหม่  และการโฆษณาด้วย  SMS

    ด้านการคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสที่ 2  เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1  พบว่า  สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย  23% คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้น  47%  ใกล้เคียงกัน  30%  แย่ลง  สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลาง  29% คาดว่าดีขึ้น  49% ใกล้เคียงกัน  22% แย่ลง  และสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลาง  31%  คาดว่าดีขึ้น  55%  ใกล้เคียงกัน  14% แย่ลง

     สำหรับอุปสรรคสำคัญ 5 อันดับแรกที่จะส่งผลต่อการทำธุรกิจ  ได้แก่  การลดลงของกำลังซื้อในประเทศ  การขาดสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งทุน  กำลังซื้อจากต่างประเทศ  การเกิดภัยแล้ง  และต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่ง

     หากประเมินจากผลสำรวจในครั้งนี้  จะเห็นว่า  แนวทางการปรับตัวในระยะสั้นที่ได้ผลนั้น  เป็นแนวทางที่สามารถทำได้เร็ว  มีต้นทุนในการดำเนินการไม่สูงนัก  ผู้ประกอบการจึงมุ่งไปที่การกระตุ้นกำลังซื้อด้วยการลดราคา  การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ พัฒนาให้บุคลากรทำงานให้ดีขึ้น  ควบคู่ไปกับการทำตลาดด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์ค  เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ  ซึ่งเป็นแนวทางในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้เร็วที่สุด



Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020