​นายกฯถกภาคธุรกิจเสนอปั้น "อาเซียนแบรนด์"

by SME Thailand PR News 28 เมย. 2015
Share:


    นายกฯให้ความมั่นใจแก่ภาคธุรกิจอาเซียน พร้อมย้ำให้ภาคเอกชนใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆจากการเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเต็มที่

    เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมาณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ABAC) เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านการค้าและการลงทุนกับผู้นำภาคเอกชนของอาเซียน ผู้แทนของไทย คือ นายอรินทร์ จิรา รองเลขาธิการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

    ภายหลังการประชุม ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญในการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงข้อคิดเห็นเรื่องการขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนของอาเซียน ดังนี้

    1.ไทยตระหนักถึงความสำคัญของการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี การปรับประสานมาตรฐาน และการอำนวยความสะดวกทางการค้า และเห็นว่า การทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นทางหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ซึ่งจะเพิ่มการค้า และดึงดูดการลงทุนเข้ามาในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

    2.ไทยสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME เราได้กำหนดให้การพัฒนา SME เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นที่สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนให้ความสำคัญ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME สามารถทำได้โดยการสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนา การช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมทั้งให้ความรู้ด้านการตลาด กฎระเบียบ และนวัตกรรม ส่งเสริมการสร้างเถ้าแก่ใหม่ๆทางธุรกิจ SME ส่งเสริมให้ทายาทเหล่านี้ได้มีโอกาสพูดคุยสร้างเครือข่ายและความคุ้นเคยกันตั้งแต่วันนี้

    3. ไทยให้ความสำคัญกับการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และเห็นว่าการเร่งเจรจาความตกลงฯ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 จะทำให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงฯ ที่ทันสมัย ครอบคลุม และมีมาตรฐานได้อย่างทันท่วงที

    นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ของอาเซียน นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนพิจารณาพัฒนาตราสินค้าอาเซียน (ASEAN Brand) ในสาขาผลิตภัณฑ์ที่อาเซียนมีความเข้มแข็ง โดยหากภาคเอกชนประสงค์จะได้รับการสนับสนุนในประเด็นใดภาครัฐยินดีให้การสนับสนุน

    การจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน พ.ศ. 2568 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอาเซียนในการรวมตัวกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ซึ่งภาคธุรกิจอาเซียนมีบทบาทสำคัญในการให้ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ทำอย่างไรให้อาเซียนมีเสียงดังมากขึ้น มีบทบาทมากขึ้นในเวทีโลก

    สุดท้ายนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ภาคธุรกิจอาเซียนมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะยังคงยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย และจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการเพื่อไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ตลอดจนการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ทั้งพหุภาคีและทวิภาคีต่อไป ให้โอกาสทุกประเทศในอาเซียนในฐานะเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

    ในส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจไทยส่งเสริมการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น การเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน การปรับปรุงด่าน ลดขั้นตอนพิธีการศุลกากร และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ภายในประเทศ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน อาทิ การสร้างเส้นทางคมนาคม การพัฒนารถไฟทางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูงตามขีดความสามารถ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับทุกภาคส่วน


ที่มา www.posttoday.com
Share:

Related Articles

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021

​dtac business จับมือ Google Cloud ช่วย SME ไทยในช่วงล็อคดาวน์และ WFH

dtac business ยกระดับ SME ไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ดีแทคนำเสนอโซลูชันการทำงานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพก..

by SME Thailand.| 15 กย. 2021

​เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19

เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการจั..

by SME Thailand.| 15 กย. 2021