คาด กนง. คงดอกเบี้ยรอประเมินความเสี่ยงในอนาคต

by SME Thailand PR News 28 เมย. 2015
Share:


    ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics คาด กนง. จะคงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 29 เมษายน เนื่องจากการส่งผ่านประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบันมีจำกัด และรอประเมินตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 ประกอบกับเก็บกระสุนเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจ (ไม่) เกิดขึ้นในอนาคต

    ความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยการลดดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ร้อยละ 1.75 ในการประชุมครั้งก่อน นับว่าได้รับการตอบรับจากธนาคารพาณิชย์ในระดับหนึ่ง หลังธนาคารพาณิชย์พากันปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ลงตามมติของ กนง. ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อดอกเบี้ยลดลงก็จะส่งผลให้มีแรงจูงใจในการขอกู้ยืมมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการในการฝากเงินลดลง นำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น หรือก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจนั่นเอง 

    อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบันซึ่งต้นทุนทางการเงินไม่ใช่อุปสรรคสำคัญของการบริโภคและการลงทุน การลดดอกเบี้ยนโยบายจึงอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ หรือกล่าวในอีกนัยหนึ่งก็คือ การส่งผ่านประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยไปยังภาคเศรษฐกิจจริงจะเป็นไปอย่างจำกัด จากการคำนวณของศูนย์วิเคราะห์ฯ ท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบัน การลดดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 จะช่วยกระตุ้นอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ได้เพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น  

     นอกจากประเด็นในเรื่องประสิทธิผลของนโยบายการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งมีอย่างจำกัดแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะต้องพูดถึงคือความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยซึ่งเป็นไปในทางขาลบ หลายท่านอาจสงสัยว่า หากเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงสูง แล้วเหตุใดศูนย์วิเคราะห์ฯ จึงมองว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

     ก่อนอื่นขอให้คำนิยามของคำว่า “ความเสี่ยง” ในที่นี้นั้นมีความหมายที่ต่างจากปัจจัยบวกหรือปัจจัยลบ กล่าวคือ ปัจจัยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น ปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ราคาน้ำมันต่ำ และการท่องเที่ยวที่เติบโตดี ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง แต่สำหรับความเสี่ยง คือเหตุการณ์ที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นหรืออาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ โดยถ้าหากเกิดขึ้นแล้ว อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนหรือปัจจัยฉุดต่อเศรษฐกิจไทยก็เป็นได้

    โดยความเสี่ยงแรกของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจอ่อนแอกว่าที่คาด โดยในปัจจุบันเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ในขณะที่เขตเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ ได้แก่ ยุโรปและญี่ปุ่น ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเป็นที่พึ่งได้ เศรษฐกิจโลกขณะนี้จึงได้รับการขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งมาช่วยพยุงไว้ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณเติบโตด้วยอัตราที่ชะลอลง และอาจไม่สามารถไปชดเชยการฟื้นตัวที่อ่อนแอในกลุ่มประเทศอื่นๆ ได้ โดยในระยะต่อไปหากเศรษฐกิจโลกชะลอมากกว่าที่มีการประเมินไว้ จะเป็นการซ้ำเติมภาคการส่งออกของไทยที่แย่ลงอยู่แล้วให้แย่ลงอีก ซึ่งการส่งออกของไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้หดตัวลงไปแล้วกว่าร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

    ความเสี่ยงต่อมา ได้แก่ การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาลที่อาจทำได้ช้ากว่าที่ตั้งเป้าไว้ หลังจากผ่านไปแล้ว 2 ไตรมาสในปีงบประมาณ 2558 การเบิกจ่ายงบลงทุนดำเนินการได้ล่าช้ากว่าเป้าหมายของรัฐบาลมาก ถึงแม้ภาครัฐจะออกมาส่งสัญญาณอย่างต่อเนื่องว่าจะเร่งการเบิกจ่ายในช่วงที่เหลือของปี แต่ก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่ารัฐบาลจะสามารถเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนให้ถึงเป้าหมายที่ร้อยละ 80 จากงบลงทุนทั้งหมด 4.5 แสนล้านบาทได้หรือไม่ จากการประเมินของศูนย์วิเคราะห์ฯ มีความเสี่ยงที่รัฐบาลจะสามารถเบิกงบลงทุนได้เพียงร้อยละ 60 เท่านั้น นั่นหมายความว่าเม็ดเงินที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอาจหายไปเกือบ 1 แสนล้านบาทจากที่ตั้งเป้าหมายไว้ 

    ความเสี่ยงสุดท้าย ได้แก่ ความเชื่อมั่นในภาคเอกชนที่เริ่มทรงตัวและอาจมีสัญญาณแผ่วลงไปบ้าง โดยจากการศึกษาของศูนย์วิเคราะห์ฯ พบว่าความเชื่อมั่นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนการบริโภคและการลงทุน ดังนั้น หากในระยะถัดไปความเชื่อมั่นกลับมีแนวโน้มถดถอยลงไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปีให้ออกมาอ่อนแอกว่าที่เคยประเมินไว้ได้ 

    ในปัจจุบันคงไม่มีใครสามารถการันตีได้เต็มร้อยว่าความเสี่ยงเหล่านี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ หากความเสี่ยงใดความเสี่ยงหนึ่งเกิดขึ้นจริง ก็อาจมีความจำเป็นที่ กนง. จะต้องออกโรงกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบ อย่างไรก็ตาม กระสุนทางการเงินในปัจจุบันมีค่อนข้างจำกัด และความเสี่ยงด้านลบอาจไม่รุนแรงถึงขั้นวิกฤตเศรษฐกิจ ดังนั้นศูนย์วิเคราะห์ฯ จึงมองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เพื่อเก็บกระสุนเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และรอประเมินจีดีพีไตรมาสแรก ที่จะถูกประกาศในวันที่ 18 พฤษภาคม  
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020