​จี้กรมสรรพากรเข้มงวดเก็บภาษินิติบุคคลครึ่งปีหลัง

by SME Thailand PR News 18 พค. 2015
Share:


    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งให้กรมสรรพากรเข้มงวดการเก็บภาษีนิติบุคคลรอบครึ่งปี ซึ่งจะเริ่มมีการจ่ายกันเดือนสิงหาคม 2558 นี้เป็นต้นไป เพื่อให้การเก็บภาษีของกรมเพิ่มขึ้นหลังจากที่ในช่วง 7 เดือน ที่ผ่านมากรมสรรพากรเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหลายหมื่นล้านบาท

    สำหรับมาตรการเก็บภาษีนิติบุคคล ขณะนี้ได้รับทราบว่ากรมสรรพากรได้เรียกผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจว่า ไม่ให้มีการประเมินกำไรครึ่งปีต่ำกว่าเป็นจริงเพื่อทำให้เสียภาษีน้อย โดยกรมสรรพากรได้มีการเปรียบเทียบรายได้ของผู้ประกอบการที่อยู่อุตสาหกรรมเดียวกันว่าควรมีทิศทางเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการเสียภาษีรอบครึ่งปีต่ำกว่าเป็นจริง เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ มีผู้ประกอบการรายหนึ่งเสียภาษีรอบครึ่งปีมาก แต่อีกบริษัทหนึ่งเสียภาษีลดลง ก็เป็นเรื่องที่จะต้องถูกตรวจสอบทบทวนการเสียภาษีใหม่

    "ที่ผ่านมากรมสรรพากรทำการตรวจสอบการเสียภาษีก่อนเสียจริงเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังให้ความสำคัญเรื่องนี้และได้สั่งการให้อธิบดีกรมสรรพากรรับทราบแล้ว เพราะกระทรวงการคลังไม่ปล่อยเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีของกรมต่างๆ อยู่แล้ว" นายรังสรรค์ กล่าว

    นอกจากนี้ ยังให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีของแต่ละพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ภาษีที่อยู่ติดหรือใกล้เคียงกัน ก็ควรมีการเก็บภาษีไปในทิศทางเดียวกันไม่ควรแตกต่างกันมาก การที่เขตพื้นที่หนึ่งเก็บภาษีได้มาก แต่พื้นที่ติดกันเก็บภาษีได้น้อยทางกรมสรรพากรก็ต้องเข้าไปตรวจว่ามีความผิดปกติมาจากสาเหตุอะไร

    นายรังสรรค์ กล่าวว่า นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุจริตและการอุดช่องรั่วของภาษีอย่างมาก สัปดาห์ที่ผ่านมา อนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงการคลัง มีมติไล่ข้าราชการกรมสรรพากรระดับ 9 ออกจากราชการ เนื่องจากกระทำความผิดร้ายแรงเรื่องการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มส่งออกเป็นเท็จ ทำให้รัฐเสียหาย 3,209 ล้านบาท ขณะที่การสอบผู้บริหารกรมสรรพากรระดับสูงอีก 3 คน จะสรุปได้ในเดือนหน้า

    ปลัดกระทรวงการคลัง ยังกล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้ยกเลิกการผ่อนผันแจ้งยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากรายได้ของดอกเบี้ยผู้ฝากเงิน กับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง จากเดิมที่ให้ธนาคารยื่นแต่ยอดรวมให้กับกรมสรรพากรรับทราบเท่านั้น โดยธนาคารจะต้องส่งข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายของดอกเบี้ยรับแยกเป็นรายให้ครบทุกราย ซึ่งจะทำให้กรมสรรพากรตรวจสอบได้ว่าผู้ฝากเงินมาการเสียภาษีหรือการขอคืนภาษีถูกต้องหรือไม่

    นอกจากนี้ ยังใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามให้มีการเสียภาษีให้ครบ ในกรณีที่มีผู้เสียภาษีไม่ครบแต่มีบัญชีเงินฝากอยู่ทางกรมสรรพากรจะได้เข้าไปอายัดบัญชีให้มาเสียภาษีให้ครบตามที่ต้องเสียจริง

ที่มา : http://www.naewna.com/business/158492
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020