​สมาคมธนาคารไทยทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีหนุน SMEs

by SME Thailand PR News 20 พค. 2015
Share:


    สมาคมธนาคารไทยกำหนดทิศทางแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมธนาคารระยะ 5 ปี ครอบคลุม 5 ด้าน พร้อมสรุปภาวะสินเชื่อของธุรกิจเอสเอ็มอีในปัจจุบัน และพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
 
    นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมแถลงข่าวกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารสมาชิกและผู้แทน รวม15 ธนาคาร ถึงความร่วมมือของทุกธนาคารในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฯของสมาคม ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่
 
- สร้างระบบชำระเงินและธนาคารดิจิทัลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
    จากการประเมินเบื้องต้น เศรษฐกิจไทยมีต้นทุนในการบริหารจัดการเงินสดอยู่ไม่ต่ำกว่า 90,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.8% ของจีดีพี ดังนั้นการเสริมสร้างระบบการเงินดิจิทัลจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมธนาคารไทยและเศรษฐกิจไทยได้ โดยสมาคมฯ จะเร่งดำเนินการตามมาตรการที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน (Payment System Roadmap) ตามนโยบายของคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้จัดตั้ง สำนักงานระบบชำระเงิน (Payment System Office) ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ดังกล่าว รวมทั้งพัฒนาระบบชำระเงินให้มั่นคง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากอัตรา 30% ของการชำระเงินทั้งหมดในปัจจุบัน เป็น 60-70% ภายในปี 2563 
 
- ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้วยจรรยาบรรณธนาคาร (Code of Conduct)ให้บูรณาการและทันสมัยมากขึ้น
    สมาคมฯจะจัดให้มี คณะกรรมการจรรยาบรรณธนาคาร (Code of Conduct Board) โดยคณะกรรมการนี้จะรับผิดชอบจัดทำจรรยาบรรณธนาคารที่มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้พนักงานของธนาคารสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
 
- ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินของประชาชน
    สมาคมฯให้ความสำคัญกับการเพิ่มบทบาทของธนาคารในการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน โดยจะขับเคลื่อนบทบาทดังกล่าวออกไปสู่ในระดับภูมิภาค ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดผ่านเครือข่ายธนาคารสมาชิกที่มีรวมกันมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ และจะดำเนินการในรูปแบบโครงการร่วมกับโรงเรียนและชุมชนในแต่ละพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของภาคประชาชนในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ 
 
- สนับสนุนการทำธุรกรรมการเงินกับประเทศในภูมิภาค
    ในด้านการมีบทบาทสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจเอสเอ็มอี ทางสมาคมฯ เห็นว่าควรเร่งรัดให้มีการสนับสนุนการจัดตั้งและเชื่อมต่อระบบชำระเงินในประเทศเข้ากับระบบในเศรษฐกิจเพื่อนบ้านให้เร็วที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสการทำธุรกิจในประชาคมเศรษฐกิจ (ASEAN Economic Community - AEC) โดยเฉพาะ เพื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยเข้าถึงตลาดในประเทศเพื่อนบ้านที่เศรษฐกิจยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระดับที่สูง โดยจะสนับสนุนให้ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) เข้าไปมีบทบาทให้คำปรึกษาและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและระบบการโอนเงินระหว่างธนาคารของประเทศเพื่อนบ้านให้เข้าสู่ระดับมาตรฐานสากลและสามารถเชื่อมโยงระบบเข้ากับระบบชำระเงินของเอเชีย (Asian Payment Network) ได้ในที่สุด
 
    ในที่ประชุมของสมาคมฯในวันนี้ยังได้มีข้อสรุปร่วมกันเบื้องต้น ถึงสถานกรณ์ล่าสุดของธุรกิจเอสเอ็มอี ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทั้งภายนอกและภายในประเทศพร้อมๆกันในขณะนี้
 
    ข้อสรุปดังกล่าวขึ้นภายหลังจากที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เดินทางเข้าร่วมหารือกับสมาคมธนาคารไทยในวันนี้ ถึงภาวะสินเชื่อของธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า โดยทั้งสองฝ่าย มีความเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจของประเทศที่ฟื้นตัวช้าอาจส่งผลให้ธนาคารมีความเสี่ยงสูงขึ้น ดังที่เห็นได้จากแนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้ที่มีสูงขึ้นเช่นกัน แต่ยังอยู่ในระดับธนาคารพาณิชย์บริหารจัดการได้ด้วยเงินสำรองที่อยู่ในระดับที่สูง และธนาคารพาณิชย์ก็ได้มีการดูแลและติดตามบริหารสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี อัตราการขยายตัวของสินเชื่อเอสเอ็มอีเริ่มมีสัญญาณเร่งตัวขึ้นที่ 4.5% ในไตรมาส 1 ปี 2558 หลังจากที่ชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2557
 
    นายบุญทักษ์ กล่าวว่า “การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้มีความเสี่ยงที่บริหารจัดการมากขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ การสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีประสิทธิภาพ คือผ่านช่องทางของธนาคารพาณิชย์ เพราะมีสาขากว่า 7,000 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมลูกค้าเอสเอ็มอีถึง 1 ล้านรายและเป็นยอดสินเชื่อกว่า 4 ล้านล้านบาท”
 
    ทั้งนี้ ภายหลังการหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยได้แสดงจุดยืนร่วมกันถึงการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ โดยทางธนาคารพาณิชย์พร้อมที่จะเข้าดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพให้มีสภาพคล่องอย่างเพียงพอแก่การดำเนินธุรกิจต่อไป เพราะการเข้าถึงบริการทางการเงินที่มากขึ้น นับเป็นพันธกิจหลักด้านหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ฯ 5 ปี 
 
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021