คลังประชุมแบงก์รัฐหนุน SMEs-ผู้มีรายได้น้อย

by SME Thailand PR News 22 พค. 2015
Share:



    คลังเรียกแบงก์รัฐประชุมสรุปแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยผู้มีรายได้น้อย-เอสเอ็มอี สนองนโยบายรัฐบาล เตรียมเสนอนายกฯ 3 มิถุนายนนี้

    นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ จะประชุมผู้บริหารแบงก์รัฐเพื่อสรุปแพ็กเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยกระทรวงการคลังจะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบในโอกาสที่จะเดินทางมาประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่กระทรวงการคลัง เป็นประธานในวันที่ 3 มิถุนายนนี้

    หลังจากนี้กระทรวงการคลังจะจัดงานประชาสัมพันธ์แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกภาค โดยจะจัดงาน 5 แห่ง เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าถึงมาตรการมากที่สุด โดยมาตรการกระตุ้นรอบใหม่จะเป็นการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ(แบงก์รัฐ)ทุกแห่ง เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ได้มีเงินทุนหมุนเวียนและสภาพคล่องมากขึ้น

    “แบงก์รัฐทุกแห่งต้องนำเสนอแพ็กเกจของตัวเองว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นจะนำหารือกับนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เพื่อสรุปแพ็กเกจว่าจะเอาอันไหนเสนอนายกรัฐมนตรี หรือจะแยกไว้ให้แต่ละแบงก์ดำเนินการเอง และจะต้องหารือว่าจะเสนอนายก เป็นแพ็กเกจรวมโครงการใหญ่เลยหรือไม่” นายกฤษฎา กล่าว

    นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธนาคารจะเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ ให้กับผู้สูงอายุ อัตราดอกเบี้ย 2.29% ต่อปี ระยะเวลาฝาก 4 เดือน ผู้ฝากต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ต้องฝากไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท

    นอกจากนี้ จะนำเสนอสินเชื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของธ.ก.ส. ซึ่งที่ผ่านมา ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่จะประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้ารับทราบว่าถึงรายละเอียดต่างๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีมาตรการอื่นๆ อีก ที่ให้ทั้งกับประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

    นายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่าจะเสนอแพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าสินเชื่อปกติประมาณ 0.50% ต่อปี เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ต้นทุนลดลง เช่น ดอกเบี้ยอัตรา 8.75% ก็ลดลงมาให้อยู่ประมาณ 8.29% นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการเพิ่มเติม

    ขณะที่ธนาคารออมสินมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้กู้โครงการธนาคารประชาชน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งจะเป็นมาตรการเพิ่มเติมให้กับเอสเอ็มอีแบงก์ เพราะเอสเอ็มอีแบงก์อยู่ระหว่างการฟื้นฟู ในส่วนของธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)อยู่ระหว่างการพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยจะดูว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ได้นานสุดเป็นเวลากี่เดือน เพื่อลดภาระของผู้ซื้อบ้านในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีให้นานที่สุด

ที่มา : http://www.naewna.com/business/159206
Share:

Related Articles

​รวมโซลูชัน LINE ช่วย SME ไทย เริ่มธุรกิจออนไลน์ด้วยตนเองได้ฝ่าวิกฤต

ในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ ถ้าเรามี “ขุมพลัง” ที่แข็งแกร่งพร้อมออกไปต่อกรกับทุกอุปสรรค แพลตฟอร์มและเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์อาจเป็นหนึ่ง “ขุมพลัง” สำ..

by SME Thailand.| 29 กค. 2021

​บสย. ช่วยลูกค้า-ลูกหนี้ พักชำระหนี้ สูงสุด 6 เดือน ขยายเวลาชำระค่าธรรมเนียม 2 เดือน ผ่อนจ่าย 20 เปอร์เซ็นต์

บสย. ออกมาตรการต่อลมหายใจ ผ่อนปรนและบรรเทาให้ผู้ประกอบธุรกิจ ขยายเวลาชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 เดือน พักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน ผ่อนจ่ายเบา 20 เปอร..

by SME Thailand.| 23 กค. 2021

​อลิอันซ์ อยุธยา ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เชื่อมต่อเทคโนโลยี API ครบวงจร เพิ่มความสะดวกในการใช้บริการโรงพยาบาล

บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต พัฒนาระบบเชื่อมต่อ API (Application Program Interfaces) ครบวงจร ประสานการทำงานระหว่างโรงพยาบาลในเครือ BDMS และอลิอั..

by SME Thailand.| 22 กค. 2021