​พาณิชย์!! แจงความคืบหน้าร่างกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ

by SME Thailand PR News 02 มิย. 2015
Share:

 
    กระทรวงพาณิชย์ เผยความคืบหน้าของร่างกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ ล่าสุดที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติไว้พิจารณาแล้ว คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุม    สภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาได้เร็วๆ นี้

    นางอภิรดี  ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจ SMEs  ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น หวังให้ไทยเป็นประเทศที่ง่ายต่อการค้า การลงทุน และดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาล 

    ซึ่งกฎหมายดังกล่าวกำหนดบทบาทให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบกำกับดูแลนั้นขณะนี้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติไว้พิจารณาแล้วเมื่อวันที่ ๒๖กุมภาพันธ์ 2558 มีกำหนดระยะเวลาการพิจารณาดำเนินการในชั้นกรรมาธิการ 60 วัน และคาดว่าจะเสนอเข้า      ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาในวาระต่อไปได้ในเร็วๆ นี้

    การที่รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจขึ้น ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น เป็นการลดข้อจำกัดการนำทรัพย์สินมาใช้  เป็นหลักประกันในการชำระหนี้ ซึ่งตามกฎหมายในปัจจุบันกำหนดให้นำทรัพย์สินไปจำนองหรือจำนำเท่านั้นและการจำนองกฎหมายได้จำกัดประเภทของทรัพย์สินที่นำมาจำนองไว้เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินมีทะเบียนบางประเภท 

    ส่วนการจำนำกฎหมายกำหนดให้ต้องส่งมอบทรัพย์สินนั้นด้วย ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในกิจการไปใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้  เช่น วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า หรือสินค้าคงคลัง เป็นต้น 

    หรือหากนำทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการไปจำนำ ก็จะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจขาดโอกาสในการนำทรัพย์สิน เครื่องมือ หรืออุปกรณ์เหล่านั้นไปแสวงหารายได้ เพราะต้องส่งมอบให้แก่ผู้รับจำนำ รวมทั้งในการดำเนินธุรกิจก็อาจจะมีทรัพย์สินประเภทอื่นที่มีมูลค่า ได้แก่ ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า เป็นต้น และรวมทั้งมีสิทธิเรียกร้องต่างๆ เช่น ลูกหนี้การค้าก็สามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้ 

    หรือแม้แต่กิจการทั้งกิจการก็สามารถนำมาเป็นหลักประกันได้เช่นเดียวกัน ซึ่งกฎหมายหลักประกันธุรกิจดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจโดยผู้ประกอบธุรกิจสามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าอื่นที่ใช้ในการประกอบธุรกิจไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินนั้น รวมทั้งกฎหมายยังกำหนดให้มีระบบการบังคับหลักประกันที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม เป็นการลดภาระทางศาลและการบังคับคดีโดยเจ้าพนักงาน  

    นอกจากนี้ยังเป็นการลดปัญหาการกู้ยืมเงินนอกระบบซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวยังมีส่วนช่วย     ในการเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจของไทยตามตัวชี้วัดด้านการให้สินเชื่อของธนาคารโลก (Doing Business) อีกประการหนึ่งด้วย”

    อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายกำหนดให้จัดตั้งสำนักงานทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจขึ้นในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่รับจดแจ้งสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ แก้ไขรายการ และยกเลิกการจดแจ้งสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ รวมทั้งต้องจัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับการจดแจ้งหลักประกันทางธุรกิจ และข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้บังคับหลักประกันเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบดูได้ 

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  จึงเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติและขับเคลื่อนให้การดำเนินงานเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลการจดทะเบียนตามกฎหมายฉบับนี้ จึงมีความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว

    นางสาวผ่องพรรณ  เจียรวิริยะพันธ์  อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กรมฯ ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ โดยได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับและติดตามผลการเตรียมความพร้อมการรองรับภารกิจตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.....และคณะทำงานเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวทั้งด้านโครงสร้างองค์กร ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งทีมงานเพื่อยกร่างกฎหมายลำดับรอง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันทีเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้   
  
    “ขณะนี้ คณะทำงานได้ดำเนินการศึกษาและหารือร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศที่มีภารกิจด้านการจดทะเบียนหลักประกันฯ และธนาคารโลก เพื่อเปรียบเทียบ ประมวล วิเคราะห์ ถึงประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1) กฎหมายหลักประกันของต่างประเทศ 2) ระบบการจดทะเบียนของต่างประเทศ และเทคโนโลยีที่ใช้  3) แนวปฏิบัติที่ดี 4) ปัญหา อุปสรรค 5) แนวการดำเนินงานจริง เพื่อเจ้าหน้าที่ประมวล วางแผนการจดทะเบียนหลักประกันฯ ของไทยให้มีความเป็นสากลเทียบเท่านานาประเทศ” 

      
Share:

Related Articles

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020