​เร่งยกระดับโลจิสติกส์ไทยเทียบสิงคโปร์-มาเลเซีย

by SME Thailand PR News 02 มิย. 2015
Share:


กพร.เร่งพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการก่อนเออีซีเปิด ตั้งเป้าปี 2558 ลดต้นทุนโลจิสติกส์ผู้ประกอบการกว่า 2,500 ล้าน พร้อมยกระดับไทยเทียบสิงคโปร์ มาเลเซีย

    นายสุรพงษ์ เชียงทอง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า ทิศทางของโลกต่อไปจะเป็นยุคดิจิทัลอีโคโนมี ดังนั้นเป้าหมายของสำนักโลจิสติกส์ ในปี 2558-2559 จะเน้นไปที่การประยุกต์เชิงดิจิทัลในการจัดการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมากขึ้น นอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติ โดยมีทั้งการต่อยอดจากการดำเนินงานที่ผ่านมาและนำไปขยายผลในวงกว้าง โดยการดำเนินงานทั้งหมดเป็นการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อุตสาหกรรม (พ.ศ.2555-2559) ซึ่งเป็นไปตามแผนโลจิสติกส์ของชาติ คือ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 2 (2556-2559)

    สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2558 คาดว่าจะพัฒนาสถานประกอบการได้มากกว่า 340 ราย ลดต้นทุนได้มากกว่า 2,500 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรได้มากกว่า 6,000 คน และเชื่อมโยงโซ่อุปทาน 19 โซ่อุปทาน และได้ตั้งเป้าในปี 2559 จะพัฒนาสถานประกอบการได้มากกว่า 420 ราย ลดต้นทุนได้มากกว่า 3,200 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรได้มากกว่า 6,000 คน และเชื่อมโยงโซ่อุปทาน 20 โซ่อุปทาน

    ทั้งนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC 2015 ถือว่ามีความสำคัญกับชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ชาติเพราะเท่ากับเป็นการรวมตัวของตลาดขนาดใหญ่ถึง 600 ล้านคน ทำให้เศรษฐกิจของอาเซียนแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชาติอาเซียน

    ดังนั้น สำนักโลจิสติกส์จึงเร่งส่งเสริมการลดต้นทุนโลจิสติกส์และการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานของภาคการผลิตรวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจากการเปิดเสรีเออีซี ในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ

    ความพร้อมด้านโลจิสติกส์ของประเทศอาเซียนมีเพียง 3 ประเทศที่ติดอยู่ใน 40 อันดับของโลกจากรายงานผลการจัดอันดับความสามารถในด้านโลจิสติกส์ของประเทศต่างๆ 160 ประเทศ โดย World Bank พบว่า สิงคโปร์ อยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก และที่ 1 ของอาเซียน ถัดมาคือมาเลเซีย อยู่ในอันดับที่ 25 ของโลก และที่ 2 ของอาเซียน ส่วนไทย อยู่ในอันดับที่ 35 ของโลก และที่ 3 ของอาเซียน

    “ระบบโลจิสติกส์ของไทยยังเป็นรองสิงคโปร์และมาเลเซีย ทั้งสองประเทศมีจุดเด่นที่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดี ส่งมอบสินค้ารวดเร็วตรงต่อเวลา มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการโลจิสติกส์ แต่หากพิจารณาจากผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรมแล้วไทยมีอัตราผลิตภาพที่สูงกว่า ดังนั้นเราควรเร่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการด้านโลจิสติกส์ และหากพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าในอนาคตไทยจะยกระดับความสามารถในด้านโลจิสติกส์ขึ้นได้”

    สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้จัดงาน Industrial Supply Chain Logistics Conference 2015 ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2558 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการพัฒนาประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรมในปี 2558 และกระตุ้นให้ภาครัฐ และภาคเอกชนเห็นความสำคัญของการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

ที่มา http://www.naewna.com/business/160972
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020