​สสว. ผนึกกำลัง 9 หน่วยงานหนุน SME สร้างเครือข่าย

by SME Thailand PR News 05 มิย. 2015
Share:

 
    สสว. ผนึกกำลัง 9 หน่วยงาน ขับเคลื่อนการพัฒนาเครือข่ายเอสเอ็มอีใน 18 กลุ่มจังหวัด ตั้งเป้าสร้าง 54 เครือข่ายทั่วประเทศเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันสู่ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 10,000 ราย หวังผลักดันเครือข่ายธุรกิจ SME เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่เพื่อต่อยอดสู่ระดับประเทศ
 
    นางสาววิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ใน 18 กลุ่มจังหวัด ได้รับการบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ระยะเร่งด่วนปี 2558 ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 4 (Power) คือการเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนา SME 

    ซึ่งโครงการดังกล่าว สสว. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวม 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมหม่อนไหม กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

    “ปัจจุบัน การรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ หรือ Cluster ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน เนื่องจากการรวมกลุ่มก่อให้เกิดโอกาสในการสร้างความรู้จัก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนากิจกรรมระหว่าง SME ในอุตสาหกรรมและผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่ ซึ่งจะสามารถต่อยอดเป็นสังคมหรือเครือข่ายที่มีพลังอำนาจในการต่อรอง และผลักดันให้ภาคธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้จึงนับเป็นการเริ่มต้นของการบูรณาการงานส่งเสริม SMEs อย่างเป็นรูปธรรม โดย สสว. ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนซึ่งเป็นหน่วยร่วมดำเนินการ” นางสาววิมลกานต์ กล่าว

    โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ใน 18 กลุ่มจังหวัด ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ในการประชุม ครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558 วงเงินงบประมาณ 309 ล้านบาท โดยคัดเลือกกลุ่มเครือข่าย SME ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ทั้งในภาคการเกษตรแปรรูป ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า และภาคบริการ รวมจำนวน 54 เครือข่าย เข้าสู่กระบวนการพัฒนา 

    โดยหน่วยร่วมดำเนินการแต่ละแห่งจะทำหน้าที่เป็นเสมือนพี่เลี้ยงดูแลกลุ่ม Cluster ในแต่ละพื้นที่ตามความเชี่ยวชาญ ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 18 เครือข่าย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 17 เครือข่าย กรมส่งเสริมการเกษตร 6 เครือข่าย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 7 เครือข่าย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย 2 เครือข่าย  กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม และกรมการข้าว หน่วยงานละ 1 เครือข่าย ตัวอย่างเช่น กรมหม่อนไหม จะดูแลกลุ่มอุตสาหกรรมไหมไทย ในพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนล่าง 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพและเครือข่ายกลุ่มผู้ผลิตไหมไทยแบบครบวงจร เป็นต้น

    ทั้งนี้ แนวทางในการพัฒนากลุ่ม Cluster แบ่งเป็น 2 กิจกรรมหลัก คือ 1.การพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่าย โดยจัดทำแผนพัฒนาเพื่อเป็นยุทธศาสตร์สนับสนุนกลุ่มเครือข่าย และขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่าย อาทิ การสร้างระบบการบริหารงานเครือข่ายและการบริหารสมาชิก การแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์ องค์ความรู้ การจัดกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายในลักษณะ Supply Chain เป็นต้น 

    2.กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเชิงธุรกิจของเครือข่าย อาทิ การพัฒนาและปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ โลจิสติกส์ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานวิจัยมาประยุกต์เพื่อใช้เพิ่มมูลค่า การออกแบบและการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุก หรือการสร้างนวัตกรรมทางการตลาด โดยเฉพาะกับกลุ่มเครือข่ายที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการตอบโจทย์ของตลาด เพื่อเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับกลุ่มเครือข่าย เป็นต้น

    “การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือกันในรูปแบบ Cluster จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจที่จะผลักดันให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด นำไปสู่การสร้างความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างจุดเด่น และแก้ไขจุดอ่อนของตนเองให้เข้มแข็งมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องคงความจำเป็นในการแข่งขันทางธุรกิจด้วย ซึ่งเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งแล้วคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพจะมีความเป็นพลวัต (Dynamic) และอยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วยตัวเอง (Sustainable) ในที่สุด” ดร.วิมลกานต์ กล่าว

    อย่างไรก็ดี เชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ใน 18 กลุ่มจังหวัดนี้ จะช่วยพัฒนาศักยภาพเครือข่าย SMEs เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ และก่อให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจของผู้ประกอบการในลักษณะเครือข่าย เพื่อสนับสนุนและต่อยอดการดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยเชื่อว่าผู้ประกอบการในเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันไม่น้อยกว่า 10,000 ราย มีโอกาสทางการตลาดรวมถึงมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1,000 ราย และสามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020