​คาด กนง. คงดอกเบี้ยรอดูแนวโน้มเศรษฐกิจ

by SME Thailand PR News 08 มิย. 2015
Share:


    ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ประเมิน กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.50 ในการประชุมวันที่ 10 มิถุนายน เพื่อรอประเมินประสิทธิผลหลังปรับลดดอกเบี้ยลงในการประชุม 2 ครั้งล่าสุด แต่ยังไม่ปิดโอกาสที่อาจมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในครึ่งปีหลังหากสถานการณ์เงินเฟ้อและการส่งออกยังไม่ดีขึ้น

    การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในรอบวันที่ 29 เมษายน คณะกรรมการเซอร์ไพรส์นักวิเคราะห์อีกรอบหลังตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ร้อยละ 1.50 โดย กนง. ให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวในอัตราต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้เดิม รวมทั้งความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นต่อภาคการส่งออก ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนหน้า

    การลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุดมีส่วนช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงราว 1 บาท มาอยู่ที่ระดับประมาณ 33.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยพยุงภาคการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังได้บ้าง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจในด้านอื่นๆ ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนเมษายนชี้ให้เห็นถึงการท่องเที่ยวที่ยังฟื้นตัวแข็งแกร่งและการเบิกจ่ายงบภาครัฐเร่งตัวได้ดีขึ้น ในขณะที่การใช้จ่ายของเอกชนในประเทศและรายได้จากการส่งออกยังคงอ่อนแรง ด้านความเชื่อมั่นในภาคเอกชนที่หักหัวลงก็เป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง

    ท่ามกลางสถานการณ์ที่เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณไปคนละทิศละทาง จึงเกิดคำถามว่าการประชุม กนง. ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ กนง. จะตัดสินใจอย่างไร ทางศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่าโอกาสที่ กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมที่จะถึงนี้มีมากกว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม หลังภาพเศรษฐกิจยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ในขณะที่กระสุนทางการเงินเริ่มเหลือน้อย    

    การที่ กนง. ปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งก่อนเป็นการเพิ่มแรงหนุนแก่เศรษฐกิจอย่างทันท่วงที (Preemptive) หลังความเสี่ยงด้านต่ำของเศรษฐกิจไทยมีสูงขึ้น หรือกล่าวในอีกนัยหนึ่งก็คือ กนง. ได้ทำการกระตุ้นเศรษฐกิจรองรับความเสี่ยงเอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ดังนั้น ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องลดดอกเบี้ยลงอีกมีไม่มากนัก  

    นอกจากนี้ จากการที่ กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.50 ในปัจจุบัน ส่งผลให้ขีดความสามารถในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมมีอย่างจำกัด จากสถิติที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยเคยแตะระดับต่ำสุดที่ร้อยละ 1.25 ในช่วงปี 2546 (หลังวิกฤตดอทคอม) และปี 2552 (หลังวิกฤตซับไพร์ม) ดังนั้น การปรับลดดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียวจะทำให้อัตราดอกเบี้ยลงไปเท่ากับระดับต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    และหากประเมินผ่านเครื่องชี้เศรษฐกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน เทียบกับสองช่วงเวลาดังกล่าว จะพบว่า สถานการณ์ในปัจจุบันน่าจะมีแนวโน้มไม่สู้ดีนักหากเทียบกับในช่วงปี 2546 แต่ถือว่ามีความแข็งแกร่งกว่ามากหากเทียบกับช่วงปี 2552 ดังจะเห็นได้จากในปี 2546 จีดีพีขยายตัวกว่าร้อยละ 7.2 การส่งออกเติบโตร้อยละ 17.4 ส่วนในช่วงปี 2552 จีดีพีหดตัวร้อยละ 0.7 และส่งออกติดลบร้อยละ 14.3

    อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่ายังมีโอกาสที่ กนง. จะออกโรงกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีความเสี่ยงหลักๆ ที่ต้องติดตามอยู่ 2 ประเด็น ความเสี่ยงแรกคือ เงินเฟ้ออาจหลุดกรอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้อยาวนานกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยประเมินไว้ ในปัจจุบัน ธปท. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อน่าจะเร่งตัวขึ้นกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ในช่วงไตรมาสสี่ ส่งผลให้ประมาณการอัตราเงินเฟ้อในปี 2558 ของ ธปท. ขยายตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.2 แต่ในขณะนี้อัตราเงินเฟ้อในช่วงห้าเดือนแรกของปี ขยายตัวติดลบร้อยละ 0.8 และยังมีแนวโน้มเป็นลบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ศูนย์วิเคราะห์ฯ จึงมองว่า หากราคาน้ำมันไม่ดีดตัวกลับในช่วงที่เหลือของปี โอกาสที่เงินเฟ้อจะติดลบในปีนี้มีค่อนข้างสูง

    สำหรับความเสี่ยงอีกประการคือ รายได้สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ จากการส่งออกสินค้าอาจติดลบต่อเนื่อง จากราคาสินค้าส่งออกที่ปรับตัวลดลงภายใต้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าหลักยังอ่อนแอ โดยในประมาณการล่าสุด ธปท. ประเมินว่าการส่งออกในปีนี้จะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 0.8 ในขณะที่ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่าจะหดตัวร้อยละ 1.7

    อนึ่ง ธปท. จะมีการเปิดแถลงประมาณการเศรษฐกิจตัวใหม่ ซึ่งอาจมีการปรับตัวเลขประมาณการการขยายของเศรษฐกิจ การส่งออก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ ในวันที่ 19 มิถุนายน โดยตัวเลขดังกล่าวจะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นถึงมุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจของ ธปท. ซึ่งจะมีผลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020