​นิด้าแนะ กนง. คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% เท่าเดิม

by SME Thailand PR News 09 มิย. 2015
Share:


    นิด้าแนะคงดอกเบี้ย นิด้าชี้การประชุม กนง.ควรคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% เท่าเดิม หลังเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2558 เวลา 16:30 น. นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร เอ็มพีเอ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 10 มิ.ย.นี้ เห็นว่า กนง.ควรคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% เท่าเดิม เนื่องจากมองว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด 

    ดังนั้นการใช้นโยบายการเงิน ด้วยการลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมนัก แต่เห็นว่าภาครัฐควรเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทน “เศรษฐกิจไทยขณะนี้ อยู่ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยไม่มีผลต่อการกระตุ้นการลงทุน เนื่องจากการบริโภคค่อนข้างซบเซา โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังติดลบ 5 เดือนติดต่อกัน ตั้งแต่ต้นปีจากลบ .04% ในเดือนม.ค. มาเป็น ลบ 1.3% ในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา จึงอาจเรียกได้ว่า สภาวะดังกล่าว มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายภาวะเงินฝืด” 

    นอกจากนี้ ผลการจัดเก็บภาษีสรรพากรในเดือนเม.ย. ที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ถึง5.7% และสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวม ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% ในไตรมาสแรก สะท้อนให้เห็นได้ว่า การบริโภคภาคประชาชนหดตัว โดยบางส่วนกังวลต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ จึงชะลอการใช้จ่าย ลดการบริโภคลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังการลงทุนภาคเอกชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

    ทำให้ขณะนี้พบว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงต่อเนื่องจาก 63% ในเดือนมี.ค. เหลือ 54% ในเดือน เม.ย.สะท้อนให้เห็นว่า กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมีเพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทำให้เอกชนไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ภาครัฐต้องใช้นโยบายการคลัง เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากกว่า โดยต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณเพื่อการลงทุนทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยเฉพาะงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านบาท ที่จะก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า 

    อีกทั้งยังเป็นการเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงปีหน้าอีกด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลมีช่องทางการนำเงินมาลงทุนทั้งการก่อหนี้สาธารณะ ที่ยังดำเนินการได้ตามกรอบไม่เกิน 60% ต่อจีดีพี ซึ่งไตรมาสแรกนั้น สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทยอยู่ที่ 43.5% จึงยังขยายตัวได้อยู่ นอกจากนี้ ภาครัฐอาจใช้ช่องทางตลาดทุน ในการระดมทุน ผ่านการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะทำให้การดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานสัมฤทธิ์ผลได้เร็ว และพร้อมก้าวเข้าสู่เออีซี ได้อย่างเต็มศักยภาพ “

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/economic/326811
Share:

Related Articles

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020