​แย้งธนาคารโลกลดอันดับไทยยันกติกาเอื้อเอกชนเริ่มธุรกิจ

by SME Thailand PR News 10 มิย. 2015
Share:


    นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากรายงานการจัดอันดับ Doing Business 2015 ของธนาคารโลก หรือ World Bank ที่ได้สำรวจการจัดตั้งธุรกิจจาก 189 ประเทศ ได้มีการจัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ 26 ของประเทศที่ “ง่าย” ต่อการประกอบธุรกิจ และอันดับที่ 75 ในด้านการ “เริ่มต้น” ธุรกิจ ลดลงจากเดิมลำดับที่ 68 ในปี 2557 โดยในการจัดอันดับในด้านการเริ่มต้นทำธุรกิจ ธนาคารโลกได้ใช้ตัวชี้วัด 4 ด้าน คือ 1.การจองชื่อบริษัท 1 วัน 2.การชำระเงินทุนเข้าธนาคาร 1 วัน 3.การจัดทำตรายาง 4 วัน และ 4.การจดทะเบียนจัดตั้ง การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขที่บัญชีนายจ้าง และการยื่นสำเนาข้อบังคับการทำงาน 21 วัน รวมแล้วใช้เวลาทั้งสิ้น 27.5 วัน

    ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กพร. และสำนักงานกฎหมาย เมื่อ 26 พ.ค. 2558 มีความเห็นร่วมกันว่า การจัดอันดับดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อน เพราะที่ผ่านมา กรมได้มีการปรับปรุงงานให้บริการ จนทำให้ผู้เข้ามารับบริการในการเริ่มต้นทำธุรกิจมีความสะดวกสบาย และได้รับบริการที่รวดเร็วมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกรมเห็นว่าในขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่กรมฯ ได้ดำเนินการ กับที่ธนาคารโลกสรุปมา มีความแตกต่างกันในหลายจุด 

    โดยในส่วนของการจองชื่อ สามารถจองชื่อผ่านอินเตอร์เนตได้ ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที ตั้งแต่จองชื่อจนถึงนายทะเบียนอนุมัติ การชำระเงินทุนเข้าธนาคาร เป็นขั้นตอนของเอกชน แต่หากนำเงินเข้าธนาคาร ก็ถือว่าเป็นอันเรียบร้อย การทำตรายาง ก็เป็นขั้นตอนของเอกชน ใช้เวลาอย่างมากไม่เกิน 3 ชั่วโมง ส่วนการจดทะเบียนจัดตั้ง การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเลขที่บัญชีนายจ้าง ก็มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพราะผู้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล สามารถยื่นขอจดได้ในครั้งเดียว และได้ถึง 3 อย่าง ทั้งทะเบียนนิติบุคคล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเลขที่บัญชีนายจ้าง โดยการรับจดทะเบียนตั้งแต่รับคำขอจนนายทะเบียนอนุมัติ ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หากเอกสารหลักฐานทุกอย่างครบถ้วน

    สำหรับกรณีที่เป็นปัญหาในการสำรวจครั้งนี้ คือ World Bank ได้นำขั้นตอนการยื่นสำเนาข้อบังคับการทำงานมาเป็นส่วนหนึ่งของการจดทะเบียนเริ่มต้น โดยขั้นตอนนี้ใช้เวลาดำเนินงานถึง 21 วัน ทั้งที่ขั้นตอนดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นธุรกิจแต่อย่างใด เป็นเพียงขั้นตอนหลังจากการจัดตั้งนิติบุคคล ซึ่งพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 กำหนดให้นิติบุคคลต้องแจ้งเมื่อมีลูกจ้างเกิน 10 คนขึ้นไป 

    โดยต้องประกาศสภาพการจ้างงานให้ลูกจ้างได้ทราบภายใน 15 วัน และส่งสำเนาแจ้งไปยังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภายใน 7 วัน โดยให้มีผลใช้ทันทีเมื่อประกาศ ไม่ต้องรอการอนุมัติหรือเห็นชอบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม หากในข้อบังคับการทำงานมีเนื้อหาที่ขัดกับกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประเทศ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะแจ้งไปยังนายจ้างให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป สำหรับธุรกิจที่จัดตั้งใหม่และยังมีลูกจ้างไม่ถึง 10 คน ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการในส่วนนี้

    “ยังคงยืนยันว่าไทยเป็นประเทศที่ง่ายต่อการทำธุรกิจ และการเริ่มต้นทำธุรกิจมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ซึ่งกรมมีแผนที่จะพัฒนาปรับปรุงงานด้านการเริ่มต้นทำธุรกิจให้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก โดยกำลังพัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration) เพื่อให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์อย่างครบวงจร ไม่จำเป็นต้องยื่น ณ จังหวัดที่นิติบุคคลตั้งอยู่ และกำลังศึกษารูปแบบการจัดตั้งนิติบุคคลโดยบุคคลคนเดียว ซึ่งล้วนแต่จะช่วยให้การเริ่มต้นทำธุรกิจในไทยง่ายขึ้น”

ที่มา http://www.naewna.com/business/162425
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020