​ภาวะเศรษฐกิจเสี่ยง ส่อเค้าติดลบ กนง.คงดอกเบี้ยที่ 1.5%

by SME Thailand PR News 11 มิย. 2015
Share:


    กนง.เสียงเอกฉันท์คงดอกเบี้ยที่ 1.5% ต่อปี เหตุภาวะเศรษฐกิจยังเสี่ยง ส่งออกส่อเค้าติดลบ ซัดแบงก์แทงกั๊กลดดอกเบี้ยน้อยและช้า ด้านพาณิชย์เผยผู้บริโภคยังไม่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจส่งผลให้ชะลอการใช้จ่ายต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคกลาง-เหนือ และใต้ รายได้ลดจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ วอนรัฐดูแลปัญหาปากท้อง และราคาสินค้า

    นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือกนง. เปิดเผยว่าที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่จะเติบโตต่ำ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรผ่อนคลายอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้ง กนง.ยังต้องการติดตามผลจากการลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งซ้อน ในช่วงที่ผ่านมา ว่าจะมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจในระยะต่อไปมีแนวโน้มที่จะ
ปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการเบิกจ่ายของรัฐบาลที่ดีขึ้นและภาวะการท่องเที่ยวดีขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปกนง.จะติดตามภาวะเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดและพร้อมใช้นโยบายการเงินในการดูแล หากภาวะเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว โดยยอมรับว่า ภาวะการส่งออกปีนี้ติดลบจากเดิมที่คาดว่าจะไม่ขยายตัวเลย ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและเอเชีย ซึ่งกนง.จะมีการปรับลดอัตราการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี และการส่งออกในปีนี้ลงในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ จากเดิมที่เคยคาดว่า จีดีพี ปีนี้จะขยายตัว 3.8%

    นายเมธีกล่าวด้วยว่า กนง. ยอมรับว่า ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างน้อยและค่อนข้างช้า แม้ว่าคณะกรรมการ กนง.จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยถึง 2 ครั้ง โดยการลดดอกเบี้ยส่งผ่านไปยังอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งช่วยสนับสนุนภาวะการส่งออกได้

    นอกจากนี้ ที่ประชุมกนง.ยังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสที่จะเกิดภาวะเงินฝืดต่ำ เนื่องจากการอุปโภคบริโภคยังขยายตัวขณะที่ราคาสินค้าและบริการมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและอาหารสด

    รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่มีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ ซึ่งผู้บริโภคยังรอดูทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต ทำให้มีการชะลอการใช้จ่าย และมีการใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคม 2558 อยู่ที่ 38.9 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนเมษายน ที่อยู่ในระดับ 38.8 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ที่มีต่อสถานการณ์ปัจจุบัน และดัชนีความเชื่อมั่นฯ ที่มีต่อสถานการณ์ในอนาคต หรือ 3 เดือนข้างหน้า ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนเมษายน แต่ค่าดัชนีทุกรายการยังต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่าประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังเปราะบาง จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และรายได้ของเกษตรกรลดลง

    ทั้งนี้แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการขยายตัวในภาคการท่องเที่ยว ที่เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น และมีเม็ดเงินจากภาครัฐกระจายสู่ภาคประชาชน แต่จากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน และเหตุการณ์ความไม่สงบ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งทางประชาชนก็ต้องการให้ทางภาครัฐช่วยดูแล แก้ไขปัญหาปากท้อง ดูแลค่าครองชีพ และราคาสินค้า เป็นอันดับแรก

    ขณะเดียวกันในการพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคมเป็นรายภาค พบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มขึ้นจาก 39.6 ในเดือนเมษายน มาอยู่ที่ 42.4 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปรับเพิ่มขึ้นจาก 41.8 มาเป็น 43.5 ส่วนในภาคกลางดัชนีความเชื่อมั่นยังคงปรับ
ลดลงจาก 42.7 มาเป็น 39.3 ภาคเหนือ ปรับลดลงจากระดับ 41.3 มาเป็น 40.2 ภาคตะวันออกลดลงจาก 30.9 มาเป็น 30.0 และภาคใต้ ลดลงจาก 31.1 มาเป็น 29.6

    ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ เพราะราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำลง เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว กำลังซื้อจึงชะลอตัวตาม ประกอบกับปัญหาภัยแล้งที่สร้างความเสียหายให้ผลผลิต ซึ่งมีหลายจังหวัดได้รับผลกระทบมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการที่บางพื้นที่น้ำยังไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมถึงปัญหาความรุนแรงทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020