​ยกเครื่องมาตรฐานสินค้าไทยเจาะลูกค้ากระเป๋าหนัก

by SME Thailand PR News 11 มิย. 2015
Share:


    รัฐบาลเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย รับมือการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดโลก ด้าน สมอ. เผย 7 เดือน จับโรงงาน ร้านค้า ขายสินค้าไม่ได้มาตรฐานแล้ว 102 ราย

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการสัมมนาเนื่องใน “วันรับรองระบบงานโลก และวันมาตรวิทยาโลก” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การมาตรฐานแห่งชาติกับการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทย” โดยระบุว่าปัจจุบันการแข่งขันคุณภาพมีมากกว่าราคา และมีความเข้มข้นมากขึ้นซึ่งแต่ละประเทศต่างกำหนดคุณภาพมาตรฐานที่ผู้ผลิตทำได้ยากมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งประเทศไทยพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ในด้านคุณภาพและมาตรฐานจนปัจจุบันสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูงเพื่อส่งไปจำหน่ายในตลาดผู้มีรายได้สูงที่ต้องการสินค้าที่มีมาตรฐานสูงแล้ว

    ทั้งนี้ การผลิตสินค้าต้องทำให้ได้ตามมาตรฐาน หากผู้มีผลิต แม้เพียงส่วนน้อยที่ยังไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานก็จะส่งผลให้ผู้ซื้อสินค้าจากไทยเข้าใจผิดว่า สินค้าไทยไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเคร่งครัดให้การผลิตสินค้าของผู้ผลิต จะต้องทำได้ตามมาตรฐานทุกราย เพื่อให้ประเทศคู่ค้าไม่สามารถหาเหตุผลที่จะนำมาปฏิเสธการรับรองมาตรฐานของประเทศไทยได้

    นอกจากนี้ ตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 มีการกำหนดทิศทางให้การพัฒนาสินค้าและบริการของไทยมีศักยภาพและให้สามารถแข่งขันได้ รับผิดชอบต่อผู้ซื้อ ชุมชน แรงงาน ตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ชุมชนสิ่งแวดล้อม และไม่ให้เอาเปรียบลูกจ้างแรงงาน

    สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ 10 สาขา ที่ต้องจัดเรื่องการมาตรฐานเร่งด่วนได้แก่ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ยา ยานยนต์และชิ้นส่วน วัสดุก่อสร้าง เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ อาหารแปรรูป ยาแผนโบราณและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์ไม้ และยังเดินหน้ากำหนดมาตรฐานสาขาจัดการป่าไม้ยั่งยืน

    นายหทัย อู่ไทย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สมอ. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีตรา มอก. โดยเฉพาะในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง, กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มของเล่นเด็ก รวมไปถึงผลิตภัณฑ์หมวกกันน็อก เพราะสินค้าเหล่านี้กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างรุนแรง

    โดยในรอบ 7 เดือน ของปีงบประมาณ 2558 (ตุลาคม 2557-พฤษภาคม 2558) ผู้ประกอบการไปแล้ว 102 ราย ส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นร้านจำหน่าย ส่วนที่เป็นโรงงานมีประมาณ 5-6% รวมทั้งยังได้ร่วมกับกรมศุลกากรในการตรวจจับสินค้านำเข้า หากพบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะสืบไปตามจับจนถึงโกดัง และผู้นำเข้ารายใหญ่ เพื่อขยายผลปราบปรามไปจนถึงต้นตอ

    “สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ แม้จะมีมูลค่ารวมไม่กี่ล้านบาท แต่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างรุนแรง เช่น ซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาไม่กี่สิบบาท แต่หากเกิดเพลิงไหม้ ก็จะมีความเสียหายกว่าร้อยล้านบาท และอาจถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้น สมอ. จึงต้องเร่งปราบปราม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน” นายหทัย กล่าว

    สำหรับมาตรการลงโทษทางกฎหมายนั้น ในกรณีของโรงงานหากถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นโรงงานที่ได้รับเครื่องหมาย มอก. ก็จะถูกพักการใช้เครื่องหมาย มอก. 30-90 วัน แล้วแต่ความร้ายแรง ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เกิน 30 วัน ในช่วงนี้จะไม่สามารถผลิตสินค้าชนิดนั้นๆ ได้ หากไม่ดำเนินการแก้ไขตามกรอบเวลาที่กำหนด ก็จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หากเป็นผู้จำหน่ายจะมีโทษปรับ 5 พันบาท ถึง 5 หมื่นบาท และจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020