ภาคเอกชนหวั่นAECก่อปัญหาการค้า

by System 29 กพ. 2012
Share:


 
  ดาโต๊ะ นาเซอร์ ราซัก หัวหน้า คณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป กล่าวในโอกาสเข้าร่วมเวทีเสวนา "ASEAN Business Forum 2012 : Adnancing Together towards 2015" โดยยอมรับว่า ยังรู้สึก กังวลเกี่ยวกับการรวมตัวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ว่า อาจจะเกิดช่องโหว่ระหว่างการแข่งขันในตลาดอาเซียน พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า หาก มีบริษัทที่ไม่มีความแข็งแกร่งพอในการแข่งขันในตลาดนี้ รัฐบาล จะมีมาตรการช่วยเหลือ หรือผลักดันอย่างไรบ้าง ทั้งยังมีเรื่องปัญหาทาง การเมืองที่แต่ละประเทศต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน 

ทั้งนี้ นายราซักแนะนำให้รัฐบาลของแต่ละประเทศทำความเข้าใจการรวมตัวกันของเออีซีในครั้งนี้ ให้ถ่องแท้และลึกซึ้งเสียก่อน ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทางการค้า ในภายหลัง 

ด้านนายสเตฟาโน โปลิ ประธาน สภาธุรกิจยุโรป-อาเซียน ให้ความเห็นว่า กำลังมองหาการสนับสนุนจากรัฐบาลในกลุ่มสมาคมประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อยู่ในขณะนี้ พร้อมทั้ง เรียกร้องให้ทุกฝ่าย พัฒนาในเรื่องระบบสาธารณูปโภคให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อรองรับการเป็นตลาดเดียวที่ต้องมีการขนส่งสินค้า และการโยกย้ายแรงงานที่มีทักษะ 

ขณะที่นายอเด สุดราจัต ประธานสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทออาเซียน (แอฟเท็กซ์) มีมุมมอง เกี่ยวกับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนว่า หลายประเทศต้องเจอกับมาตรฐานทางการค้าที่ แตกต่างกันอย่างแน่นอน จึงวอนให้รัฐบาลหามาตรการรองรับการเป็นตลาดเดียว นั่นคือเป็นตลาดที่มีมาตรฐานเดียวกัน 

ส่วนนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ซีอีโอ บริษัทปตท. กล่าวว่า บริษัทกังวลในเรื่องระบบสาธารณูปโภคเป็นเรื่องแรกๆ เพราะบริษัทเน้นการกระจายสินค้าเป็นหลัก ซึ่งต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์อย่างมาก นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมทำโครงการท่อส่งก๊าซอาเซียน รองรับความเป็นหนึ่งเดียวของตลาดพลังงานในอาเซียน 

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน ASEAN Business Forum 2012 ว่า ไทยต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยภาครัฐและเอกชนต้องทำงานร่วมกันในเชิงรับและเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจแข่งขันกันได้ 

ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์กล่าวว่า การเป็นเออีซีจะไม่มีการเก็บภาษีระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น และแต่ละประเทศอาจใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีมาเป็นกำแพงกีดกันการค้า ในส่วนของภาครัฐได้ทำงานใกล้ชิดกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. และสภาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงสภาตลาดทุนไทยอย่างใกล้ชิด ขณะที่ภาคเอกชนต้องมีแผนเตรียม ความพร้อมของตัวเองตามความเหมาะสมของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะไม่สามารถใช้ความได้เปรียบจากอัตราแลกเปลี่ยนมาแข่งขันได้อย่างเดียวอีกต่อไป 
 
ที่มา : แนวหน้า
 
Share:

Related Articles

​เอ็มจี แจ้งยอดขายรวม 3 ไตรมาส เติบโตขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ ขยับมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แถลงยอดขายรวมหลังจบไตรมาส 3 มีอัตราการเติบโตถึง 14 เปอร์เซ็นต์ พร้..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ช้อปปี้ สยายปีกบุกไตรมาส 4 เต็มสูบกับมหกรรม Shopee 10.10 Brands Festival

ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ติดสปีดสู่ความเป็นเลิศส่งท้ายไตรมาส 4 ของปี มุ่งตอบโจทย์ทุกความต..

by SME Thailand.| 08 ตค. 2021