ช็อปปิ้งออนไลน์ผวาโดนแฮกข้อมูล "เพย์สบาย"พบ53บัญชีเสี่ยง-งัดมาตรการดูแล

by SME Thailand PR News 12 มิย. 2015
Share:
 



    ช็อปปิ้งออนไลน์ผวา "เพย์สบาย" งัดมาตรการดูแลลูกค้า และเร่งมือตรวจสอบข้อมูล พบ "53 บัญชี" บัตรเครดิตที่ผูกเข้ากับ "อี-วอลเล็ต" พร้อมประสานงานแบงก์แก้ปัญหา "สพธอ." ระบุใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าออนไลน์เสี่ยงน้อยกว่า "เดบิต" ฟาก "กูรูอีคอมเมิร์ซ" แนะอัพเดตข้อมูลการใช้เงินทุกวันลดเสี่ยง

    ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในบ้านเรา ต้องยอมรับปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเป็นกังวลทำให้ผู้ให้บริการเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า เช่น การจ่ายเงินปลายทางได้ เป็นต้น

    โดยเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีกระทู้ในเว็บบอร์ด "พันทิปดอตคอม" กรณี "บัญชีบัตรเครดิตโดนขโมยข้อมูล และมีการนำไปซื้อสินค้าออนไลน์" โดยเจ้าของกระทู้ระบุว่าไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ แต่เคยผูกบัตรไว้ที่เว็บไซต์ "เพย์สบาย" และมีคนเข้ามาแชร์ข้อมูลเพิ่มว่าประสบปัญหาเดียวกัน

    ต่อมา "เพย์สบาย" ได้เข้ามาชี้แจงในกระทู้ ระบุว่า หากผู้ใช้มีปัญหาเกี่ยวกับบัตรเครดิตให้แจ้งอีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้กับหมายเลขบัตร 4 ตัวหน้า และ 4 ตัวท้าย รวมถึง Statementที่เรียกเก็บเงินไปที่อีเมล์ support@paysbuy.com และระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบว่าไม่มีการเก็บข้อมูลเลขหลังบัตร 3 หลัง หรือ CCV2 และใช้ระบบความปลอดภัยแบบ TLS 1.2 ที่ได้รับมาตรฐาน PCI หรือมาตรฐานการชำระเงินออนไลน์ระดับโลก ซึ่งกำหนดขึ้นโดยผู้ให้บริการบัตรเครดิต เช่น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด เป็นต้น

    "ผู้สื่อข่าว" ติดต่อไปยัง นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพย์สบาย จำกัด ได้คำตอบว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะอยู่ในเครือ ดีแทค ในกลุ่มเทเลนอร์ และต้องตรวจสอบภายในก่อน 

พบความผิดปกติ 53 ราย

    เมื่อติดต่อไปยัง "ดีแทค" ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ส่งประกาศของ "เพย์สบาย" กรณีกระแสข่าว "เรื่องการพบความผิดปกติในการใช้บัตรเครดิตที่ผูกเข้ากับบัญชีเพย์สบาย" (E-Wallet) ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งได้มีการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่า ปัญหาที่พบเกิดขึ้นจากระบบของเพย์สบายหรือไม่อย่างไร เนื่องจากเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกหลายราย ต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียดอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการชี้แจงลูกค้า และผู้ที่กังวลใจในการใช้บริการ

    โดยระบุว่าได้รับเรื่องจากลูกค้า และทำการตรวจสอบพบความผิดปกติในการใช้บัตรเครดิตที่ผูกเข้ากับบัญชีเพย์สบาย 53 ราย ซึ่งได้มีการประสานงานกับธนาคารเจ้าของบัตรเพื่อให้ตรวจสอบและเฝ้าระวังการทำธุรกรรมอย่างใกล้ชิดทั้งอายัดบัตร และดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม

งัดมาตรการดูแลลูกค้า

    ระหว่างการตรวจสอบ "เพย์สบาย" มีมาตรการในการดูแลลูกค้า โดย 1.แจ้งเตือนธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตและบุคคลที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวัง หากพบธุรกรรมที่ผิดปกติ ธนาคารดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้บัตรเครดิตได้ทันที ทำให้ลูกค้าสบายใจได้ว่าหากพบความผิดปกติจะยื่นเรื่องเพื่อขอให้ไม่ต้องชำระค่าสินค้าที่พบความผิดปกติได้

    2.งดให้บริการเฉพาะในส่วนการผูกบัตรเครดิตเข้ากับบัญชีเพย์สบาย (E-Wallet) เป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวัง

    3.ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญการรักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเมินความปลอดภัยของระบบ และปรับปรุงฐานข้อมูล และ 4.ติดต่อผู้ที่สงสัยว่าตนเองจะได้รับผลกระทบรายบุคคล เพื่อขอข้อมูลเพิ่ม ให้คำแนะนำการขอเงินคืน รวมถึงติดต่อขอข้อมูลจากร้านค้าที่มีการนำข้อมูลบัตรเครดิตไปใช้งาน เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำความผิด

"สพธอ." แนะวิธีป้องกันตัว

    ด้านนายชัยชนะ มิตรพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ที่ผ่านมามีกรณีแฮกเกอร์เข้ามาโจมตีระบบของสถาบันการเงินไทย แต่ยังไม่เคยมีกรณีที่ได้ข้อมูลออกไปจากระบบ 

    "การทำธุรกรรมออนไลน์ควรใช้บัตรเครดิตดีกว่าเดบิต เพราะประวิงเวลาในการชำระเงินได้หากมีปัญหา ถ้าบัตรเดบิตระบบจะตัดเงินทันที และควรแยกบัตรที่จะใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ต่างหาก และจำกัดวงเงิน รวมถึงให้สมัครบริการแจ้งยอดเงินเข้า-ออกจากบัญชีด้วย"

    และตรวจสอบรายการตามใบแจ้งหนี้ของธนาคารที่ส่งมาให้ทุกเดือนว่าถูกต้องหรือไม่ หากมียอดใช้จ่ายผิดปกติให้แจ้งธนาคาร อายัดบัตร ไม่นำบัตรไปทำธุรกรรมเพิ่ม หากพบว่าเกิดจากการนำบัตรเครดิตไปผูกไว้กับผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ให้แจ้งผู้ให้บริการ พร้อมถ่ายหน้าจอธุรกรรมเก็บเป็นหลักฐานให้มากที่สุด 


ต้องอัพเกรดเทคโนโลยีต่อเนื่อง

    นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายของบัตรเครดิตโดยตลอด เช่น ใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง หรือโทร.เข้าไปถามคอลเซ็นเตอร์ เช็กยอดใช้จ่ายแต่ละวัน หากถูกโจรกรรมการรอใบแจ้งหนี้อาจช้าเกิน หากต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ต้องตรวจสอบระบบให้บริการก่อนเพื่อการันตีความปลอดภัย

    ขณะที่ผู้ให้บริการเพย์เมนต์เกตเวย์ต้องลงทุนเทคโนโลยีความปลอดภัยต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการโดนโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต เพราะเพย์เมนต์เกตเวย์เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การซื้อขายผ่านระบบอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโต และเปลี่ยนให้ผู้บริโภคกับร้านค้าออนไลน์จากซื้อขายด้วยวิธี "โอนเงิน" ซึ่งไม่มีความปลอดภัยชัดเจน มาใช้เพย์เมนต์เกตเวย์ที่กักเงินไว้ในระบบก่อนได้หากสินค้าไม่ถึงมือ เป็นการการันตีเรื่องความปลอดภัยอีกทางหนึ่ง

ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1433997364
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020