​สภานายจ้างค้านขึ้นค่าแรงชี้รับได้มากสุดแค่ 320 บาท

by SME Thailand PR News 01 กค. 2015
Share:



    สภาองค์การนายจ้างค้านขึ้นค่าแรง สภาองค์การนายจ้างฯ ชี้รับได้มากสุดแค่วันละ 320 บาท เหตุกำลังการผลิตต่ำสุดรอบ10 ปี ด้านแรงงานส่งสัญญาณขึ้นค่าแรงปี 59 เน้นรายกิจการ

    นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นการจ้างงาน และเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 58 โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประกอบด้วย 10 กลุ่ม เช่น อุตฯยานยนต์ ,ก่อสร้าง, สิ่งทอ,เคมี ,อาหาร ,ยาง,โลจิสติกส์ ว่า ผู้ประกอบการ 90% ไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 360 บาทต่อวัน และหากต้องปรับขึ้นส่วนใหญ่เห็นว่า อัตราที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 310-320 บาทต่อวัน และควรดำเนินการในปี 59 หรือช่วงที่เศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว 

    นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ยังไม่เชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นและผู้ประกอบการ67%ยังคงจ้างงานในอัตราเดิมมีเพียง6.6% ที่จ้างงานลดลง และส่วนใหญ่เห็นว่าค่าจ้างขั้นต่ำไม่ควรเท่ากันทั่วประเทศซึ่งจะกระทบให้การลงทุนไปยังต่างจังหวัดไม่เกิดขึ้นแม้แต่เขตเศรษฐกิจพิเศษ "การใช้กำลังการผลิต 55% และเอสเอ็มอี 43% ขณะนี้ถือว่าต่ำสุดในรอบ10 ปีแล้ว แต่จากปัญหาภัยแลังที่เอกชนกังวลมากขณะนี้ จะส่งผลกระทบต่อแรงซื้อคนไทยลดต่ำ ส่งออกที่ชะลอทำให้ยังไม่รู้ทิศทางนัก ดังนั้นการจ้างงานคงไม่เพิ่มขึ้นแต่หากเลิกจ้างส่วนใหญ่ขณะนี้ก็จะมองไปที่แรงงานต่างด้าวทั้งถูกฏหมายและแรงงานแฝงที่มีอยู่ถึง 3 ล้านคนแรงงานสว่นนี้จะได้รับผลกระทบก่อน ส่วนแรงงานคนไทยจึงไม่น่ากังวล " 

    นายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังหารือกับอีคอนไทย ว่า กระทรวงฯอยู่ระหว่างรอรายงานคณะกรรมการค่าจ้างแต่ละจังหวัด เพื่อสรุปเสนอให้รมว.แรงงานภายในเดือนก.ค.ก่อนประกาศอัตราค่าจ้างใหม่บังคับใช้วันที่1 ม.ค.59 ซึ่งการปรับค่าแรงใหม่จะเพิ่มขึ้นหรือไม่และปรับเท่าใดต้องดูจากที่ข้อมูลส่งออกแต่ละจังหวัด และการปรับขึ้นคงจะต้องพิจารณาเป็นกิจการไป โดยค่าจ้างทั่วประเทศจะไม่ต่ำกว่า 300 บาทต่อวันแน่นอน

     “ต่อไปการปรับขึ้นค่าแรงงาน คงต้องดูเป็นรายกิจการไป เช่น กรณีภาคเกษตร ประเพณีของไทยมีการลงแขกแต่พอค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวัน มีผลกระทบโดยตรง และหากมากกว่านี้คงลำบาก เพราะราคาเกษตรเองก็ตกต่ำ บางประเทศเขาจะประกาศขึ้น แต่จะมีข้อยกเว้นให้กับบางกิจการที่กระทบต่อจารีตประเพณี รวมถึงจะต้องดูเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงานประกอบด้วยดังนั้นเราก็จะดูความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้มี 20 จังหวัดส่งมาแล้วส่วนอีก 50 จังหวัดยังไม่ส่งมาเราก็จะเร่งรัด เพราะครบกำหนดส่งแล้ว ทั้งนี้ จากการรับฟังทิศทางของภาคเอกชนครั้งนี้ส่วนใหญ่ต้องการให้ชะลอการปรับขึ้นค่าจ้างออกไปก่อน ซึ่งตนจะนำข้อคิดเห็นครั้งนี้ไปประกอบด้วย” 

    นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงการสำรวจทัศนะของผู้ประกอบการเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี 59 ว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจ 95.4% ได้รับผลกระทบ เช่น ต้นทุนเพิ่มขึ้น กำไรลดลง มีการลดการจ้างงาน โดยกรณีหากปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นเป็น 360 บาท จะส่งผลกระทบอย่างไรนั้น พบว่าผู้ประกอบการ 89% ระบุว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โดย 24.1% ระบุว่า ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น 22.32% ระบุว่ากำไรลดลงหรือขาดทุน 18.1% ระบุว่า ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ขณะที่ 11.31% ระบุว่าต้องปลดคนงานลง และ 9.12% ต้องปรับราคาสินค้าขึ้น

     “ปี 55 เป็นครั้งแรกของการประกาศขึ้นค่าแรง ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบมากพอสมควร เนื่องจากเป็นช่วงฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์น้ำท่วม ต่อมาปี 56 มีการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ เศรษฐกิจปีนั้น เติบโตเพียง 2-3% กระทั่งปี 57 ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง เศรษฐกิจยิ่งเลวร้ายลง ทั้งปีเติบโตเพียง 0.9% และปัจจุบันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่เติบโตได้อย่างเต็มที่ มีปัจจัยที่เป็นตัวฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเห็นว่า ยังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมที่จะปรับขึ้นอัตราค่าจ้างในเวลานี้” 

    ทั้งนี้ หอการค้าไทยมีข้อเสนอแนะต่อเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ดังนั้นควรคงค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อไปอีก ,ควรกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำตามพื้นที่ , ควรมีการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำตามประเภทธุรกิจ และฝีมือแรงงาน ,ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ,ควรมีการฝึกและประเมินฝีมือแรงงาน ก่อนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละประเภทธุรกิจ,ควรมีมาตรฐานวิชาชีพที่มีทักษะแรงงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานตามความสามารถและระดับรายได้ และรัฐบาลควรมีการส่งเสริมรัฐสวัสดิการให้ประชาชน อาทิ การรักษาที่มีคุณภาพ รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน“

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/economic/331736
Share:

Related Articles

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​SEAC รีเฟรมธุรกิจ รับมือหลังวิกฤต ปรับมุมคิดพลิกมุมมองด้วย Outward Mindset

ผลจากวิกฤตการณ์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าอนาคตเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก ไม่มีใครมีคำตอบแน่ชัด สิ่งที่ทำได้คือการโอบกอดความไม่แน่นอน แล้วปรับตัวให้..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​ม.อ. - SME D Bank – ก.อุตฯ วช. ร่วมติดปีกเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

ม.อ. SME D Bank ก.อุตฯ และ วช.ผนึกกำลังจัดมหกรรม"BCG เศรษฐกิจใหม่ประเทศไทยยั่งยืนInnovation bazaar" ครั้งที่ 2 เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย นำผล..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020