​ผลสำรวจชี้ชั่วโมงทำงานคนไทยสูงสุดใน 21 ประเทศเอเชีย

by SME Thailand PR News 02 กค. 2015
Share:


    จีเอฟเคเปิดผลสำรวจระุบุพนักงานประจำในไทยชั่วโมงทำงานสูงที่สุดใน 21 ประเทศที่ทำการสำรวจ พร้อมเผยตัวเลขชนชั้นกลางในเอเชียอนาคตพุ่งเฉียด 5 พันล้านคนปี 2573 ทำเปลี่ยนไลฟ์สไตล์สู่ความเป็นเมืองเน้นใช้เทคโนโลยีมากขึ้น


    นางดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา จีเอฟเค ประเทศไทย (GfK Thailand) เปิดเผยว่า จากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง จึงคาดการว่าชนชั้นกลางจะเพิ่มขึ้นจาก 1,800 ล้านคน เป็น 4,900 ล้านคนในปี 2573 ส่วนมากเป็นชนชั้นกลางในทวีปเอเชียถึงร้อยละ 66 ของจำนวนชนชั้นกลางทั่วโลก ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกจึงเคลื่อนย้ายมายังประเทศในเอเชีย

    จากพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ชนชั้นกลางในเอเชียใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน สำหรับพนักงานประจำในประเทศไทยมีชั่วโมงการทำงานสูงที่สุดจากทั้งหมด 21 ประเทศ คนไทยทำงานสัปดาห์ละประมาณ 51 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยชั่วโมง จากค่าเฉลี่ยการทำงานของพนักงานประจำทั่วโลกทำงานสัปดาห์ละ 36.3 ชั่วโมง รองลงมา คือ อินเดียมีจำนวนชั่วโมงทำงานสูง 50.6 ชั่วโมง ชาวญี่ปุ่นมีชั่วโมงทำงานน้อยสัปดาห์ละ 37.3 ชั่วโมง นับว่าคนทำงานประจำของไทยทำงานหนักมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น

    ทั้งนี้ เมื่อชนชั้นกลางในเมืองมีจำนวนมากขึ้น จึงทำให้ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นเมือง โดยมีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่ 3 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด จากการสำรวจผู้บริโภคมีอายุระหว่าง 11-70 ปีทั่วประเทศไทย พบว่าผู้บริโภคสัดส่วนร้อยละ 70 ใช้สมาร์ทโฟน สัดส่วนร้อยละ 23 ใช้โทรศัพท์มือถือธรรมดา สัดส่วนร้อยละ 18 เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน สำหรับร้อยละ 53 เข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่บ้าน สัดส่วนร้อยละ 33 เข้าถึงที่โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/ ที่ทำงาน

    สำหรับการเติบโตของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่าง ๆ กลุ่มชนชั้นกลางชาวไทยมีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่งและให้ความสำคัญอย่างมากในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายต่าง ๆ จากการวิจัยพบว่ากิจกรรมหลักของผู้บริโภคบนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน คือ การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ร้อยละ 58 การดูคลิปวิดีโอหรือรายการต่าง ๆ ร้อยละ 43 การรับส่งอีเมลร้อยละ 38 การอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร ออนไลน์ร้อยละ 2 ผู้บริโภคนิยมค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวทางออนไลน์สูงถึง ร้อยละ 15 และซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ร้อยละ 11

    จีเอฟเค คาดการณ์ว่าแนวโน้มการผลิตสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโต จึงเป็นเชื่อมต่อกับเครือข่าย เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สวมติดตัว แว่นตาอัจฉริยะถ่ายภาพได้ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ เครื่องนุ่งห่มมีเซ็นเซอร์ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เครื่องตรวจวัดสุขภาพสำหรับสวมติดตัว เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยอัจฉริยะ จะมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้น รวมทั้งธุรกิจอาหารที่สะอาด สะดวก ธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจฟิสเน็ต การดูแลสุขภาพ. 

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/222027 --- สำนักข่าวไทย
Share:

Related Articles

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020