​SMEs บ่น อีโค่ดีไซน์ขายไม่ออก

by SME Thailand PR News 17 กค. 2015
Share:


    ธุรกิจที่เกี่ยวกับอีโค่โปรดักต์ หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างมาก และเป็นกระแสหลักที่ไม่ช้าก็เร็ว ผู้ประกอบการก็คงจะต้องปรับตัวและไปให้ถึง โพลของ nielses.com ที่ทำไว้เมื่อปี 2014 ระบุว่ามีคนอเมริกันราว 75% อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ยอมจ่ายเพื่อซื้อสินค้าสิ่งแวดล้อม และจากการสำรวจใน 60 ประเทศ มีถึง 55% ที่ยอมจ่ายเพื่อซื้อสินค้าจากบริษัทที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 

    ขณะที่ตลาดอีโค่โปรดักต์ในยุโรป มีแนวโน้มที่จะเติบโต มีการประมาณการว่า ในปี 2015 อีโค่โปรดักต์จะเติบถึง 4.2 ล้านล้านบาท (1 ยูโร = 37 บาท) เติบโตกว่า 104% 

    ตัวอย่างที่ชัดเจนในปีที่ผ่านมา อิเกีย ขายสินค้าได้มากกว่าสี่หมื่นล้านบาท คิดเป็น 58% ของเฟอร์นิเจอร์ของอิเกียเลยทีเดียว จากเหตุผลที่ว่าเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม 

    ในขณะที่เมืองไทยมีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในกลุ่มอาหาร เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องสำอาง 

    แต่วันนี้ผู้ประกอบการก็ยังมีคำถามเรื่อยมาว่า จะหาลูกค้าจากที่ไหน

    ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนา "เปิดมิติ SMEs ยุคใหม่" ที่จัดโดยสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) โดยแยกแยะกลุ่มของผู้บริโภคไว้ 5 กลุ่มก็คือ กลุ่มแรกกลุ่มที่รักษ์โลก อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ชอบรีไซเคิล ไม่ชอบการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีแพ็กเกจจิ้งห่อหุ้มหลายชั้นชอบใช้ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน อาคารสีเขียว หลอดไฟแอลอีดี 

    "ถ้าจะทำผลิตภัณฑ์เพื่อคนกลุ่มนี้ จะต้องนำเสนอเรื่องความคุ้มค่าคงทน รียูสได้ รีไซเคิล เช่น เก้าอี้โยก สามารถเก็บพลังงานอ่านหนังสือได้ หรือบริษัทผู้ผลิตรองเท้าพูม่าที่ออกแบบแพ็กเกจจิ้งที่นำกลับไปใช้ใหม่ได้อีก" 

    กลุ่มที่สอง กลุ่มรักสุขภาพ ชอบซื้อของออร์แกนิก ไม่ชอบสินค้าปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ไม่มีสารตะกั่วตกค้าง สินค้าสำหรับคนกลุ่มนี้ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ในกลุ่มออร์แกนิกและกลุ่มเนเชอรัล มีการรับรองในฉลากออร์แกนิก มีเรื่องราวครบถ้วนดีไซน์เหมาะสม เช่น นมออร์แกนิกในแพ็กเกจจิ้งกระดาษรีไซเคิล เพื่อที่จะบอกว่ารักษ์โลกและรักสุขภาพด้วย กลุ่มเครื่องอาง ทำจากผักผลไม้สด จากธรรมชาติ แพ็กเกจจิ้งรีไซเคิล ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สัตว์ทดลอง มีการบอกถึงกระบวนการในการผลิต เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ของใช้ที่สื่อสารเรื่องสุขภาพ เช่น จานมีการออกแบบให้ขนาดเล็กลง สื่อสารในเรื่องการลดความอ้วนและสุขภาพ เป็นต้น

    กลุ่มที่สาม รักสัตว์ กลุ่มนี้จะไม่ชอบการทรมานสัตว์ อาหารที่ทำออกมาจำหน่าย อาจจะไม่เน้นเรื่องความหรูหรา เป็นกลุ่มที่ปลูกผักกินเอง และกลุ่มนี้อาจจะไม่ใช่กลุ่มที่รักสุขภาพ เช่น การขายแอลกอฮอล์ที่มีฉลากเป็นรูปการรณรงค์ในเรื่องต่าง ๆ หรือการนำเอาเปลือกไข่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เก๋ ๆ กลุ่มที่ชอบใช้ชีวิตธรรมชาติ ชอบเดินทาง กลุ่มนี้กังวลในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ชอบแคมปิ้ง ไม่ชอบเห็นขยะในป่า ชอบซื้อของรีไซเคิลโปรดักต์ เช่น ผลิตภัณฑ์เป็นไม้ที่มีฉลากบ่งบอกว่าที่เป็นไม้จากป่าปลูก ชอบสินค้าใช้งานมากกว่าแฟชั่น ชอบซื้อของที่มาจากบริษัทที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

    ชอบของรีไซเคิล เช่นจะซื้อไข่ที่บรรจุในถาดกระดาษมากกว่าพลาสติก รองเท้าต้องเป็นรองเท้ายางรีไซเคิลผสมเส้นใยธรรมชาติ เช่น ไนกี้ เอาเศษของรองเท้าเก่าในโรงงาน มาทำรองเท้ารุ่นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ คนกลุ่มนี้ที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ลีวายส์ รณรงค์เรื่องการฟอกย้อม ประหยัดน้ำ เป็นต้น

    และสุดท้ายกลุ่มคนรุ่นใหม่ ฮิปสเตอร์ กลุ่มนี้เป็นคนปกติ แต่มีความสนใจเทคโนโลยี แนวคิดใหม่ ๆ ในการรักษ์โลก ไม่ชอบแนวคิดแบบคนรุ่นเก่า ที่มีแนวคิดในการรักษ์โลกแบบเดิม ๆ กลุ่มนี้สินค้าราคาสูงไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ชอบนำเทรนด์ และเป็นอินโนเวทีฟ คือชอบผลิตภัณฑ์ที่มีศิลปะ สวยงาม แต่ต้องง่ายต่อการใช้งาน เสื้อผ้าก็ต้องทำให้เหงื่อแห้งไว ไม่ร้อน สะท้อนเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ที่มา -- http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1437031374 -- ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021