​แผนแม่บทฯลงตัวพร้อมเปลี่ยนไอซีทีเป็นกระทรวงดิจิทัล

by SME Thailand PR News 27 กค. 2015
Share:


    แผนแม่บทฯกระทรวงดิจิทัลฯลงตัว  ‘พรชัย’ยันไม่ว่าใครเป็นรมต. ก็ต้องสานต่อ21โครงการหลัก

    นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยความคืบหน้าการเปลี่ยนชื่อกระทรวงไอซีที พร้อมจัดตั้งเป็น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยคาดว่าจะสามารถตั้งกระทรวงได้ประมาณเดือน ก.ย.2558 โดยขณะนี้ได้จำแนกโครงการต่างๆของกระทรวงใหม่ออกเป็น 21 โครงการซึ่งสอดรับกับแผนแม่บทดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ปี 2559-2563

    “ในจำนวนโครงการทั้งหมด บางโครงการก็เริ่มดำเนินการในขั้นระดมสมองกันแล้ว เช่น โครงการเกี่ยวกับด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างการนำสายโทรคมนาคมลงดิน โครงการบรอดแบนด์แห่งชาติ ดาต้า เซ็นเตอร์แห่งชาติ เป็นต้น คาดว่าจะลงมือทำได้ภายในสิ้นปีนี้ต่อเนื่องไป และไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวต่อเนื่อง
จนเสร็จ เพราะได้ถูกกำหนดลงในแผนแม่บทดีอีระหว่างปี 2559-2563 แล้ว” นายพรชัย กล่าว

    ทั้งนี้ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงไอซีที ได้จัดทำทั้ง 21 โครงการดังกล่าวโดยแบ่งตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ 4 โครงการ ได้แก่ 1.แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล ประกอบด้วยโครงการย่อย 2 โครงการ คือ การพัฒนาและบริหารจัดการโครงข่ายหลักเพื่อให้บริการอินเตอร์เนตความเร็วสูงของประเทศ และการจัดตั้งศูนย์รวมนวัตกรรมและศูนย์ข้อมูล 2.การพัฒนาอินเตอร์เนตเกตเวย์แห่งชาติ (National Single Internet Gateway 3.การพัฒนาดาวเทียมสื่อสารภาครัฐ และ 4.การพัฒนาระบบการสื่อสารในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ

    ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐาน 5 โครงการ ได้แก่ 1.การพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2.การพัฒนาศักยภาพการป้องกัน ปราบปรามการกระทำความผิดทางอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (Cyber Crime) และสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ (Cyber Security) โดยการจัดตั้งหน่วยงานด้านบริหารจัดการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 3.การสนับสนุนการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างมั่นคงปลอดภัย 4.การพัฒนาระบบเพื่อส่งเสริมการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ 5.การส่งเสริมความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

    การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการ 8 โครงการ ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อเป็นบริการกลางให้แก่หน่วยงานภาครัฐ โดยการให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนต 2.ศูนย์กลางบริการภาครัฐ 3.การเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิตอล 4.การพัฒนาระบบความปลอดภัยสาธารณะ 5.การจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางของประเทศ 6.การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ 7.การพัฒนากิจการไปรษณีย์ และ 8.การพัฒนาประสิทธิภาพการอุตุนิยมวิทยาและการเตือนภัยเพื่อสนับสนุนการบริการภาครัฐและเอกชนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

     ในส่วนของการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิตอล ได้แก่ 1.การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษดิจิทัล 2.การพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรสำหรับหน่วยงานภาครัฐ และ 3.การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย

ที่มา http://www.naewna.com/business/170709
 
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020