อุตฯชี้ AEC Blueprint ขับเคลื่อนตามแผนทันรับ AEC แน่นอน

by SME Thailand PR News 11 สค. 2015
Share:


    กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้ส่วน AEC Blueprint จุดประกายเร่งพัฒนาผลิตภาพไทย เดินหน้าได้ตามแผนเสร็จทันต้อนรับประชาคม ASEAN  ต้นปี 2559 อย่างแน่นอน

          นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการประชุมของคณะอนุกรรมการประชาคมอาเซียนของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ผ่านมา โดยมีผลจากการประชุมในครั้งนั้นหลายประการที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ การดำเนินการตาม พิมพ์เขียวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint)  ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 เพื่อเป็นการรองรับประชาคม ASEAN ในช่วงต้นปี 2559 โดยขณะนี้ดำเนินการไปตามแผนทุกประการ
 
    เมื่อประเทศไทยและสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ มีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม AEC Blueprint  และการเข้าสู่ AEC เป็นไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ภาคอุตสาหกรรมไทยทั้งนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ    ไปจนถึงบุคคลทั่วไปที่เกี่ยวข้อง ควรเล็งเห็นโอกาสทองเมื่อ AEC รวมเป็นหนึ่งเดียว (ASEAN as one) ซึ่งจะก่อให้เกิดขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้น การขยายการส่งออก  และโอกาสทางการค้า  จากการยกเลิกอุปสรรคภาษีและที่มิใช่ภาษี ซึ่งจะเปิดโอกาสให้สินค้าได้เคลื่อนย้ายได้ง่ายขึ้น และสร้างโอกาสทางการค้าในอุตสาหกรรมภาคบริการในสาขาที่ไทยมีความเข้มแข็ง เช่น ท่องเที่ยว โรงแรมและร้านอาหาร สุขภาพ  ซึ่งจะส่งผลให้ไทยมีรายได้จากการค้าบริการและภาคอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสร้างเสริมโอกาสในการลงทุนในขณะที่อุปสรรคการลงทุนระหว่างอาเซียนจะลดน้อยลง ที่สำคัญจะเป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองของไทยในเวทีการค้าทั่วโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลก 

          ก้าวต่อไปของไทยหลังปี 2558  (Post AEC 2015)  ไทยจะได้รับประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมของอาเซียนมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน หมายรวมถึงประชาชน นักธุรกิจผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรม โดยหากภาคอุตสาหกรรมยังไม่มีความพร้อม ก็ต้องเร่งพัฒนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้พร้อมรับกับการแข่งขันทั้งในมิติของ Supply Side และ Demand Side เช่นพัฒนาผลิตภาพหรือพัฒนาในเชิงนวัตกรรมเพื่อแข่งขันในตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลก

    นอกจากนี้  ในส่วนของมาตรการเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลในระบบ National Single Window (NSW) นั้น หน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องดำเนินการเชื่อมต่อระบบ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (สอน.)กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.)

    โดยสถานะล่าสุด สอน. กพร. กรอ. และ สฟอ. ได้ดำเนินการเชื่อมต่อระบบแล้ว สำหรับ สมอ. อยู่ในระหว่างดำเนินการโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมในเดือนกันยายนศกนี้ อย่างไรก็ตามการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าด้วยกันนั้น ถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น ยังต้องให้ทุกหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ทั้ง 36 แห่ง ที่สำคัญ อาทิ      กรมศุลกากร, กรมการค้าต่างประเทศ, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ประสานความร่วมมือบูรณาการข้อมูลของแต่ละฝ่ายให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดีในอนาคต
           
    ดังที่ทราบว่า National Single Window (NSW) เป็นการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ   บูรณาการเพื่อให้บริการแบบเบ็ดเสร็จจากการติดต่อเพียงจุดเดียว โดยมุ่งที่จะลดต้นทุนเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรม และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ ลดขั้นตอนการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เอกสารต่างๆ เช่น ใบอนุญาตการนำเข้า ใบอนุญาตการส่งออกและใบรับรองต่างๆ ที่ออกโดยหน่วยงานหนึ่งสามารถที่จะจัดส่งทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างอัตโนมัติไปให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

    ปัจจุบันระบบ NSW ของประเทศไทย มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเชื่อมโยงข้อมู]อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายในประเทศและต่างประเทศ ทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคอาเซียน โดยประเทศสมาชิกอาเซียนยังได้พัฒนาระบบเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางด้านอุตสาหกรรม การค้าระหว่าง NSW ของแต่ละประเทศให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียนหรือ ASEAN Single Window (ASW) เพื่อให้อาเซียนก้าวไปสู่การเป็นตลาดเดียวและมีฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมร่วมกัน (Single Market and Production Base)

www.smethailandclub.com : แหล่งรวมข้อมูล เพื่อผู้ประกอบการ SME




Share:

Related Articles

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​บริดจสโตน ส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตน ผ่านโครงการ B-Active สร้างพื้นที่ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของเด็กไทย

บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์อันดับหนึ่งในประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตนในโครงการ B-Active แห่งที่ 3 ณ โรงเรี..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021