ศศินทร์ชี้กลยุทธ์โอบอ้อมอารีสร้างฐานธุรกิจแกร่ง

by System 30 พค. 2012
Share:



สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์เผยนักธุรกิจไทยตื่นตัวรับแนวคิดบริหารองค์กรรูปแบบใหม่ ชี้ถึงเวลาใช้ความโอบอ้อมอารีรับมือการแข่งขัน ยืนยันเป็นกลยุทธ์ไม่ต้องลงทุนสูงแต่สามารถสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปลายทาง

  ผศ.ดร.กฤษติกา  คงสมพงษ์     ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด    สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ เปิดเผยถึงการจัดสัมมนาเรื่องการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี (Compassion) ซึ่งจัดโดยสมาคมศิษย์เก่า สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์และกลุ่มบริษัท บีกริม ผลปรากฏว่าหัวข้อดังกล่าวได้รับความสนใจจากองค์กรธุรกิจต่าง ๆ เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการถกถึงการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และให้เกิดการบริหารเชิงบูรณาการบนพื้นฐานของความโอบอ้อมอารี ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ  เนื่องจากแนวความคิดดังกล่าวมีเรื่องความเมตตากรุณาซึ่งกันและกันทั้งต่อคนในองค์กรและสังคม รวมทั้งผู้ที่มีความส่วนได้ส่วนเสียกับการดำเนินธุรกิจ เพราะตามแนวคิดเรื่องความโอบอ้อมอารีนั้นไม่ได้หมายถึงเฉพาะผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น หรือพนักงานในองค์กรเท่านั้น แต่หมายรวมถึงทุกคนในสังคมและสิ่งแวดล้อม 

  เรื่องความโอบอ้อมอารีไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนไทย แต่การทำงานภายใต้นโยบายการเอาประโยชน์ขององค์กรเป็นที่ตั้ง คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจมองข้ามเรื่องดังกล่าวไป เมื่อถึงยุคที่ต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจ การมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องผลกำไรอาจไม่ใช่ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน แต่จะต้องทำงานบนพื้นฐานของความมีคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งกับบุคลากรและผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยสร้างความจงรักภักดีและความน่าเชื่อถือ ให้กับแบรนด์” 

ทั้งนี้ ทางสถาบันฯเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับกลยุทธ์การทำงาน โดยการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างวัฒนธรรมภายในองค์กรให้มีความเข้มแข็ง มีความรักและสามัคคี เพราะถ้าทุกคนถูกดูแลและเอาใจใส่ภายใต้ความโอบอ้อมอารี จะช่วยทำให้เกิดความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อธุรกิจ และเชื่อว่าการบริหารธุรกิจภายใต้แนวคิดความโอบอ้อมอารี จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เกิดความเข้มแข็งทั้งภายในและภายนอกองค์กร

การให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อสังคม(CSR) ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีไม่น้อย แต่ CSR เป็นกิจกรรมปลายทางที่อาจไม่ได้ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจจะต้องหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับรูปแบบการทำงานที่เรียกว่า “โอบอ้อมอารี” เนื่องจากเป็นการสร้างมูลค่าโดยไม่ต้องลงทุนมากนัก และสามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มต้นและทำได้ตลอดไป และไม่ต้องรอให้เกิดผลกำไรเหมือนกับกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำกันปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ สามารถเริ่มต้นด้วยการเอาใจใส่ ให้อภัย รักและเคารพซึ่งกันและกัน หากผู้บริหารระดับสูงกระทำในสิ่งที่เรียกว่าความโอบอ้อมอารีกับผู้ใต้บังคับบัญชา สิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้เกิดความประทับใจและพึงพอใจตามมา ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
 
Share:

Related Articles

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​SEAC รีเฟรมธุรกิจ รับมือหลังวิกฤต ปรับมุมคิดพลิกมุมมองด้วย Outward Mindset

ผลจากวิกฤตการณ์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าอนาคตเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก ไม่มีใครมีคำตอบแน่ชัด สิ่งที่ทำได้คือการโอบกอดความไม่แน่นอน แล้วปรับตัวให้..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​ม.อ. - SME D Bank – ก.อุตฯ วช. ร่วมติดปีกเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

ม.อ. SME D Bank ก.อุตฯ และ วช.ผนึกกำลังจัดมหกรรม"BCG เศรษฐกิจใหม่ประเทศไทยยั่งยืนInnovation bazaar" ครั้งที่ 2 เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย นำผล..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020