"ซอฟต์แวร์" ทะยาน 6 หมื่นล้าน "โมบาย-คลาวด์-ส่งออก" โตยกแผง

by SME Thailand PR News 11 สค. 2015
Share:

    ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้วกับการสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไทย ที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ "ซิป้า" ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยปีนี้รองรับคอนเซ็ปต์ "อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล"

    "ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์" ประธานทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า การสำรวจเพื่อให้มีข้อมูลที่จะนำไปสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยต่อไป จึงเน้นที่มูลค่า "การผลิต" พร้อมกับจำแนกประเภทซอฟต์แวร์ที่ทำการสำรวจใหม่

เอกชนพลิกนำตลาด

    โดยพบว่า ภาพรวมตลาดซอฟต์แวร์และบริการปี 2557 มีมูลค่าการผลิตเฉพาะในไทย 54,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% แยกเป็นการผลิตซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 15,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% การผลิตบริการซอฟต์แวร์ 39,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4%

    ภาคการเงินและธนาคารยังเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์สูงที่สุด ขณะที่ตลาดภาครัฐชะลอตัวตั้งแต่ปี 2557 และมีแนวโน้มต่อเนื่อง จากการจัดซื้อจัดจ้างที่ล่าช้า ทำให้บริษัทต่าง ๆ หันไปเปิดตลาดภาคเอกชนมากขึ้น ฉะนั้น ภาครัฐจะไม่ใช่แรงขับเคลื่อนสำคัญอีกต่อไปภาคเอกชนโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางรวมถึงตลาดในอาเซียนกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญเห็นได้ชัดจากมูลค่าการผลิตเพื่อส่งออกทั้งซอฟต์แวร์สำเร็จรูปและบริการซอฟต์แวร์ในปี 2557 มูลค่า 4,572 ล้านบาท โตขึ้นถึง 6.1% โดยเฉพาะในอาเซียน และซอฟต์แวร์ด้านบริหารจัดการโรงแรมรีสอร์ต ค้าปลีก และบริหารบุคคล

โมเดลธุรกิจเปลี่ยน

    "เศรษฐกิจดิจิทัลเกิดขึ้นมา 15-20 ปีแล้ว ตั้งแต่ยุคดอตคอมบูม โดยมีคอมพิวเตอร์พีซีเป็นศูนย์กลาง แต่ปัจจุบันสมาร์ทดีไวซ์และผู้บริโภคเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญ ไม่ใช่อุตสาหกรรมหรือธุรกิจรายใหญ่อีกต่อไป Online Pleasant คือเป้าหมายที่ผู้บริโภคต้องการ ธุรกิจจึงต้องก้าวไปให้ถึง จึงมีโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะใช้ซอฟต์แวร์เป็นหัวใจหลักขับเคลื่อนธุรกิจอย่าง agoda.comหรือ "อูเบอร์" ที่ไม่ได้ขายซอฟต์แวร์แต่เป็นเอเยนซี่ที่ใช้ซอฟต์แวร์บริหารจัดการธุรกิจ ทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เติบโต"

    สมาร์ทดีไวซ์ผลักดันให้เกิดอีคอมเมิร์ซ และการใช้คลาวด์ที่กลายเป็นกระแสหลักของตลาด มูลค่าซอฟต์แวร์ที่ใช้งานผ่านเว็บ SaaS โตขึ้นถึง 34.4% แสดงถึงแนวโน้มที่ชัดเจน ขณะที่ Internet of Things (IoT) และ Wearable Devices เป็นแนวโน้มสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องจับตา ทำให้กลุ่มซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว Embedded Software ได้ประโยชน์ จากปัจจุบันมีมูลค่าผลิตในประเทศ 6,165 ล้านบาท โตได้ถึง 6% แม้จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์

ปี′58 โตทะลุ 6 หมื่นล้าน 

    ปี 2558 จะเป็นปีแรกที่ตลาดรวมซอฟต์แวร์ของไทยจะมีมูลค่าการผลิตในประเทศสูงเกิน 6 หมื่นล้านบาท โดยมีมูลค่า 61,096 ล้านบาท โตขึ้น 11.1% แบ่งเป็นการผลิตซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 15,973 ล้านบาท โต 6.3% และการผลิตบริการซอฟต์แวร์ 45,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%

    โดยกลุ่ม Embedded Software จะโตขึ้น 11% หรือราว 6,841 ล้านบาท จากแรงหนุน IoT และ Wearable Devices รวมถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และในปี 2559 คาดว่าจะโตถึง 13.9% ส่วนการส่งออกก็มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้น

    และคาดว่าตลาดซอฟต์แวร์ไทยในปี 2559 จะมีมูลค่าการผลิตในประเทศโตขึ้น 12.8% โดยซอฟต์แวร์สำเร็จรูปจะโตขึ้น 7.4% บริการซอฟต์แวร์จะโต 14.7% 

หนุนส่งออกเจาะอาเซียน

    "ด้วยกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลของโลก และเทรนด์ Online ที่มาแรงมาก ต่อให้เศรษฐกิจไทยติดลบ ตลาดซอฟต์แวร์ก็ยังโตได้เพราะผู้ประกอบการต่างต้องปรับตัวและลงทุนสูงด้านไอที เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ และประเทศในอาเซียนกำลังลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจในทุกสาขา จึงจะเป็นตลาดสำคัญ"

หัวใจสำคัญคือ ต้องเจาะที่ซอฟต์แวร์เฉพาะกลุ่ม ทำเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ไม่ใช่ตลาด Mass รวมถึงเกาะลูกค้าบริษัทไทยที่ขยายไปยังอาเซียน นี่เป็นจังหวะสำคัญ แม้แต่ละประเทศจะมีตลาดเล็ก แต่รวมกันแล้วจะมีมูลค่าสูง ตอนนี้โอกาสจึงอยู่นอกประเทศ ขณะที่การส่งออกในธุรกิจอื่นเป็นลบแต่ส่งออกซอฟต์แวร์กำลังเติบโต ภาครัฐจึงควรสนใจส่งเสริม

"คน" โจทย์ท้าทายภาครัฐ

    ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ คือ การอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและบริการในต่างประเทศ ของผู้ประกอบซอฟต์แวร์ไทย การเร่งพัฒนาบุคลากรเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลน ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญด้วยการส่งเสริมหลักสูตร "สหกิจศึกษา" ที่เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคเอกชน เพื่อให้นักศึกษามีประสิทธิภาพพร้อมสู่ตลาดแรงงานได้ การสร้างองค์กรกลางเพื่อรับรองมาตรฐานคุณภาพบุคลากร การสนับสนุนให้แรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศเข้ามาทำงานในไทยได้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างเครือข่าย อาทิ การผ่อนปรนเกณฑ์การให้ใบอนุญาตทำงาน

    "การขาดบุคลากร เป็นปัญหาสำคัญที่ถูกสะท้อนมาทุกปีและมากขึ้น แม้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแต่ก็เสียโอกาสในการเติบโต ซึ่งปัญหาคือแต่ละปีสถาบันการศึกษาผลิตออกมาเยอะ แต่คุณภาพไม่พอ ถ้าแก้ได้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยโตอย่างกระโดด"

    ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการยุคนี้ หากจะอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว จะต้องสร้างทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง มีการผลิตซอฟต์แวร์เพื่อตอบโจทย์เฉพาะสาขาธุรกิจ

    "ตลาดซอฟต์แวร์แม้จะเติบโต แต่ความเสี่ยงยังมี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทั่วไปที่มียอดขายเฉลี่ยต่อจำนวนพนักงานอยู่ที่ราว 6-7 แสนบาทต่อปี แต่ถ้าสามารถทำยอดขายเฉลี่ยได้ถึง 1.5 ล้านบาท/ปี จะอยู่รอดได้จึงต้องขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการและการทำตลาดด้วย"

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


Share:

Related Articles

​เอพี ไทยแลนด์ คาดยอดโอนในปี 2563 สูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 อสังหาฯ

เอพีประกาศความสำเร็จก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้อย่างสวยงาม มุ่งสู่การเป็นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรม คาดยอดโอนรวมปี 63 สูงถึงประมาณ 46,000 ล้านบาท โตกว่า 40 เปอ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​กรุงศรีออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ออกมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าผ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​TQM มอบเงินสมทบทีมแพทย์สมุทรสาครสู้ภัยโควิด-19 พร้อมผนึก 2 แอปฯ ให้ลูกค้าปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรี

บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น มอบเงินสมทบกองทุน ‘คนสมุทรสาครรวมใจสู้ภัย Covid-19’ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รพ.สนาม และช่วยเหลือทีมแพทย์และเจ้าหน้า..

by SME Thailand.| 20 มค. 2021