​ดัชนีคอร์รัปชั่นปรับตัวดีขึ้นมากสุดในรอบ 6 ปี

by SME Thailand PR News 14 สค. 2015
Share:



    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจเผยผลสำรวจดัชนีคอร์รัปชั่นไทยดีขึ้นมากสุดในรอบ 6 ปี และเป็นครั้งแรกที่นักธุรกิจเห็นว่าสถานการณ์ดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 55 และทุกดัชนีสอบผ่าน

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย ซึ่งสำรวจเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ว่า สถานการณ์คอรัปชั่นปรับไทยปรับตัวดีขึ้นมากที่สุดในรอบ 6 ปีและเป็นครั้่งแรกที่นักธุรกิจเห็นว่าสถานการณ์ดีขึ้น ค่าดัชนีรวมอยู่ที่ 55 และทุกดัชนีสอบผ่าน

    สำหรับอัตราการคอร์รัปชั่นที่ลดลงจะช่วยให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจกับภาครัฐที่ต้องจ่ายเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการ นักการเมือง เพื่อให้ได้สัญญาลดลง โดยมีค่าสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 15 และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 10 ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ค่าเฉลี่ยของการจ่ายเพิ่มสูงถึงร้อยละ 30 ซึ่งการคอร์รัปชั่นที่ลดลงทุก ๆ ร้อยละ 1 จะช่วยให้เงินรั่วไหลน้อยลง เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 10,000 ล้านบาท รวมแล้วเงินจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในภาพรวมถึง 200,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยโตถึงร้อยละ 4 ในปีหน้า ส่วนปีนี้เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะโตเพียงร้อยละ 2.5-2-9 เท่านั้น

    ส่วนการลดค่าเงินหยวนของจีน นับเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ เพราะจีนไม่ได้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและไม่ขาดเงินทุนสำรอง โดยจีนมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นประเทศเจ้าหนี้ แต่น่าจะเป็นเหตุผลที่จีนต้องการปรับสมดุลเศรษฐกิจของจีน เพื่อจะทำให้เศรษฐกิจโตระดับร้อยละ 7 และหากทำสำเร็จจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกค่อย ๆ ปรับเข้าสู่การฟื้นตัว แต่ขณะนี้เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวและยังไม่นิ่ง 

    อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจโลกพร้อมฟื้นตัวขึ้น โดยอาจฟื้นตัวในช่วงกลางปีหน้า และต้องจับตาภายใน 1 เดือนนับจากนี้เศรษฐกิจโลกจะพังหรือไม่ และจะต้องจับตาว่าคนจีนท่องเที่ยวน้อยลงหรือไม่ แต่ระยะปานกลางเมื่อเศรษฐกิจจีนเข้มแข็งขึ้นประชาชนจะจ่ายเพิ่มขึ้น

    ส่วนการส่งออกของไทย อาจจะติดลบมากกว่าร้อยละ 4 เพราะหลายประเทศมีแนวโน้มลดค่าเงินของตนแข่งขันกับจีนด้วยเช่นกัน โดยมีข่าวว่าขณะนี้เวียดนามอาจพิจารณาปรับลดค่าเงินลง ทำให้ไทยมีปัญหามาก ที่สำคัญประเทศไทยต้องศึกษาว่าหากไทยลดค่าเงินจะกลายเป็นขายของราคาถูกและกำไรน้อย

    ส่วนการส่งออกไปจีนคงได้รับผลกระทบไม่มาก เพราะสินค้าไทยที่ส่งขายเป็นสินค้าเพื่อการบริโภคน่าจะซื้ออย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากสินค้าของไทยได้รับความนิยม เช่น ทุเรียน ลำไย ข้าวหอมมะลิ แต่เชื่อว่าจะมีการต่อรองราคามากขึ้น จึงต้องพยายามคุมต้นทุนและจำหน่ายราคาเดิมหรือลดราคา เพื่อรักษาลูกค้า แต่หากเป็นตลาดโลกที่แข่งกับสินค้าจีนต้องรักษาคุณภาพ เพราะสินค้าไทยถูกมองเรื่องคุณภาพและราคาที่เหมาะสม. 

ที่มา สำนักข่าวไทย


Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020