กลุ่มพันธมิตรแปซิฟิกรับไปเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์

by SME Thailand PR News 17 สค. 2015
Share:


     ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบเรื่องกลุ่มพันธมิตรแปซินางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการเจาะตลาดใหม่เพื่อเพิ่มการส่งออกของไทยตามนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ว่าฟิก (PacificAlliance) รับไทยเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ โดยมีออสเตรีย เดนมาร์ก จอร์เจีย กรีซ เฮติ ฮังการี อินโดนีเซีย โปแลนด์ และสวีเดน เข้าเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ร่วมด้วย นับเป็นอีกช่องทางการค้าหนึ่งที่น่าจับตา เพราะเป็นกลุ่มการค้าที่มีเป้าหมายจะขยายการค้ามายังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    ทั้งนี้การรับไทยเข้าเป็นผู้สังเกตการณ์ แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองของไทยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการขยายความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก อีกทั้งยังจะเป็นโอกาสให้ไทยผลักดันความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิกและประเทศสมาชิก รวมถึงการผลักดันให้มีความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างอาเซียนกับกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก ซึ่งไทยจะเป็นผู้ประสานงานของอาเซียนสำหรับกลไกความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิกในปี 2559

    นางนันทวัลย์ กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก ประกอบด้วย ชิลี โคลอมเบีย เม็กซิโก และเปรูมีประชากรรวมกันประมาณ 212 ล้านคน มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 จากที่ได้ร่วมลงนามไปเมื่อ 3 ปีก่อน (6 มิถุนายน 2555) การก่อตั้งมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกเลิกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน และแรงงานระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้กลายเป็นกลุ่มเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญในเวทีโลก และเพื่อเป็นสะพานเชื่อมการค้าให้กับประเทศสมาชิกกับตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะกับการส่งเสริมการค้าตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    “จากการที่ความตกลงฯนี้ได้มีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ 92% ของสินค้าทั้งหมดที่มีการค้าขายกันระหว่างสมาชิกทั้ง 4 ประเทศ ได้รับการยกเว้นภาษีทันที โดยขนาดเศรษฐกิจของ 4 ชาติ มีมูลค่ารวมกัน 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในรายงานของธนาคาร BBVA ได้ระบุถึงการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิกนี้ว่า เป็นการรวมกลุ่มการค้าที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก”นางนันทวัลย์ กล่าว

    สำหรับการค้าระหว่างไทยกับกลุ่มลาตินอเมริกา (47 ประเทศ) ในครึ่งปีแรก 2558 เพิ่มขึ้น 2% ไทยมีการส่งออก 3,861 ล้านเหรียญสหรัฐ (125,657 ล้านบาท) นำเข้าลดลง 7% มูลค่า 1,846 ล้านเหรียญสหรัฐ (60,799 ล้านบาท) สินค้าที่ส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 3.3% มูลค่า 1,456 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยางเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ลดลง 1.3% มูลค่า 835 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาเป็นสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็นแช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรรูป ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์

ที่มา แนวหน้า
 
Share:

Related Articles

​ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมอยู่เคียงข้างช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวผ่านวิกฤต เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ให..

by SME Thailand.| 25 มค. 2021

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021