ธุรกิจท่องเที่ยวทั่วไทยเตรียมหารือเร่งกู้ภาพลักษณ์

by SME Thailand PR News 19 สค. 2015
Share:


    ภาคธุรกิจท่องเที่ยวห่วงเหตุระเบิดแยกราชประสงค์กระทบท่องเที่ยวไทย เตรียมประชุมหาแนวทางเสนอรัฐบาลเร่งกู้ภาพลักษณ์ ด้านชาวอังกฤษมาเที่ยวระนองเผยเข้าใจสถานการณ์ พร้อมยันกลุ่มเพื่อนไม่ยกเลิก

    นายเสมอ  จินดาพงษ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ยอมรับว่าเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ กทม. ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย เพราะมีชาวต่างชาติประสบเหตุด้วย ซึ่งมีผลทางด้านจิตใจและความมั่นใจของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูอีก 2-3 วันว่าทัวร์จากประเทศต่าง ๆ จะแจ้งยกเลิกหรือไม่ ล่าสุดได้พูดคุยกับประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถึงเรื่องดังกล่าว โดยจะนัดหารือเพื่อเสนอมาตรการต่างๆ ต่อรัฐบาลในการกู้สถานการณ์การท่องเที่ยวให้กลับมาดีเหมือนเดิม ขณะเดียวกันอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันเสนอทางเลือกของแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ว่ายังมีความปลอดภัยอยู่

    นายเสมอ กล่าวว่า สถานที่ท่องเที่ยวไม่ได้มีเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น ในภาคอีสานก็มีมากมาย เช่น นครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ปีที่ผ่านมายอดนักท่องเที่ยวถึง  6.7 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้กำหนดให้  5 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง  ประกอบด้วย นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี  เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่สามารถเชื่อมโยงต่อกันได้   นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติและวัฒนธรรมก็สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ และเป็นเส้นทางที่มีความปลอดภัย

    ด้านนายธีระชัย  ศรีโพธิ์ชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวเช่นกันว่าการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะด้านความรู้สึกของนักท่องเที่ยว แต่จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการแก้ไขสถานการณ์ของภาครัฐหรือหาสาเหตุว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของใคร อาจจะฟื้นความรู้สึกที่ดีของนักท่องเที่ยวกลับคืนมา

    ขณะที่นายอวยชัย อินทร์นาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกตรวจพื้นที่และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ยังไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัด นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาตามปกติ  แต่ไม่ได้ประมาทได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการทำงานและเฝ้าระวังสถานการณ์ไว้ตลอดเวลา

    ส่วนนายนิตย์  อุ่ยเต็กเค่ง  อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ระนอง กล่าวว่าเป็นห่วงการท่องเที่ยวเช่นกัน จึงได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและเอเซียที่เข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะเกาะพยามและเกาะช้าง ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดระนอง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ระบุว่าเข้าใจในสถานการณ์ และไม่ได้วิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเกินไป

    นายเจมส์ เฮสท์ โทมัส อายุ 56 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่มาพักผ่อนในจังหวัดระนอง กล่าวว่า ยังมั่นใจที่จะท่องเที่ยวในประเทศไทยต่อไป  หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้สอบถามกับเพื่อน ๆ ที่จะเดินทางมาช่วงปลายนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก

ที่มา - สำนักข่าวไทย
 
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020