เปิดโพลนิด้า SME เจออุปสรรคบานตะเกียง

by SME Thailand PR News 26 สค. 2015
Share:


    นิด้าโพลระบุ เอสเอ็มอีไทย มีอุปสรรคใหญ่ คือ เข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก ขอกู้นาน แถมดอกเบี้ยสูง วอนรัฐเร่งแก้ 

    นายกำพล ปัญญาโกเมศ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปัญหาอุปสรรคการดำเนินธุรกิจ ภายใต้เศรษฐกิจ ปี 58 พบว่า ผู้ประกอบการกว่า 41.18% มีอุปสรรคยื่นขอสินเชื่อใช้ระยะอนุมัตินาน รองลงมา 30.39% เอกสารประกอบการขอสินเชื่อมีจำนวนมาก 23.53% มองว่า ดอกเบี้ยสูง 14.71% ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ร้อยละ 12.75 งบการเงินไม่สมบูรณ์ 11.76% วงเงินค้ำประกันสูงเกินไป 10.78% ค่าธรรมเนียมในการกู้สูง 6.86% ติดเครดิตบูโร 

    สำหรับข้อเสนอแนะเอสเอ็มอี ที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเร่งด่วน พบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาสินค้าราคาแพง ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และควรกระตุ้นการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เพิ่มมากขึ้น รองลงมารัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุน ต้นทุนการผลิต ทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตโดยเฉพาะด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี การส่งเสริมฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และควรพิจารณาปรับนโยบายด้านค่าแรงให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการและทักษะฝีมือแรงงาน และควรปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทางกฎหมาย กฎระเบียบ ขั้นตอนในการยื่นขอเอกสารต่าง ๆ 

    ทั้งนี้วงเงินสินเชื่อที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องการกู้ยืมน้อยกว่า 5 ล้านบาท 31.37% ต้องการ 5–10 ล้านบาท 9.81% ต้องการ 10–15 ล้านบาท 6.86% ต้องการ 15–30 ล้านบาท 8.82% ต้องการ 30–50 ล้านบาท และ 15.69% มากกว่า 50 ล้านบาท ส่วนปัญหาประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่ผู้ประกอบการ 66.03% มีปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ทั้งค่าจ้างแรงงาน ราคาวัตถุดิบ ค่าไฟ ราคาเชื้อเพลิง รองลงมา 59.87% มีปัญหาบุคลากร แรงงาน ขาดแคลน ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ขาดความรู้ ทักษะฝีมือแรงงาน 18.47% ปัญหาเครื่องจักรเสียบ่อย 11.25% ปัญหาสินค้าที่ผลิตมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ 6.79% ปัญหาอัตราการสูญเสียสูงไม่สามารถผลิตสินค้าให้สามารถส่งมอบได้ตามกำหนด 

    ส่วนปัญหาการตลาด ผู้ประกอบการ 47.93% มองว่า เกิดความหลากหลายของสินค้าในตลาดที่มีอยู่จำนวนมาก ส่งผลให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าได้ยาก รองลงมา 24.81% มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่จำกัด 20.86% การเข้ามาแข่งขันของสินค้าต่างประเทศ 13.16% ขาดบุคลากรด้านการตลาด 6.20% ไม่สามารถหาทำเลที่ตั้งร้านค้าที่ดี ๆ 4.89% ไม่มีงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ 2.44% ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างครบถ้วน 0.94% การถูกละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า หรือการบริการ 19.55% อื่น ๆ ได้แก่ กำลังการซื้อลดลง เศรษฐกิจชะลอตัว มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นราคา หรือต้นทุนการผลิตสูงกว่าคู่แข่ง“

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/economic/343950
Share:

Related Articles

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​บริดจสโตน ส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตน ผ่านโครงการ B-Active สร้างพื้นที่ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของเด็กไทย

บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์อันดับหนึ่งในประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตนในโครงการ B-Active แห่งที่ 3 ณ โรงเรี..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021