เศรษฐกิจซัด SME ทุนหด รายได้หาย สภาพคล่องฝืดหนัก

by SME Thailand PR News 01 กย. 2015
Share:


    PwC ชี้เอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่ยังขาดสภาพคล่องเหตุเศรษฐกิจชะลอตัว ทำทุนหด รายได้หาย แนะผู้ประกอบการต้องจัดทำงบการเงินให้ได้มาตรฐานเพื่อให้ เห็นถึงความเคลื่อนไหวของกระแสเงินสดที่ชัดเจน วางแผนจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยถึงรายงาน Bridging the Gap-2015 Annual Global Working Capital Survey ที่ทำการสำรวจงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนชั้นนำ 10,215 บริษัททั่วโลกว่าบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SME) ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาการขาดความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน โดยพบว่า อัตราการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนสุทธิของ SME ในปี 2557 อยู่ที่ระดับ 20.8% เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่ระดับ 18.5% สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทยังไม่สามารถบริหารกระแสเงินสดให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ดีนัก ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น นโยบายในการบริหารงาน เป็นต้น

    “กระแสเงินสดมีความจำเป็นมากต่อการดำเนินธุรกิจของ SME แต่ด้วยความที่ธุรกิจเหล่านี้ ยังขาดความสามารถในการนำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานมาสร้างผลตอบแทนสูงสุดได้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำและต้นทุนเงินกู้ก็สูงจึงเกิดปัญหาด้านสภาพคล่องมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่” นายศิระกล่าว

    ส่วนสถานการณ์ของ SME ในไทยขณะนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงเช่นกันเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศหดตัวตามไปด้วย และมูลค่าการส่งออกก็แทบไม่เติบโตหรืออาจลดลงเช่นเดียวกัน ขณะที่ฐานทุนของ SME ไทยนั้นค่อนข้างจำกัดและมีต้นทุนสูงกว่า ทำให้การบริหารเงินทุนหมุนเวียนคล่องตัวน้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ แม้ว่าภาครัฐจะพยายามออกมาตรการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อาทิ การปล่อยสินเชื่อแต่มองว่า ไม่อาจให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ครอบคลุมทั้งประเทศ

    หากพิจารณาสถานการณ์ของ SME ประเทศไทยในปีนี้ ถือว่าแนวโน้มชะลอตัว ตัวเลขดัชนีหลายๆ ตัวส่งสัญญาณไม่ดีนัก จากข้อมูลจากรายงานสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเดือนพฤษภาคม 2558 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคการค้าและบริการของผู้ประกอบการ SME อยู่ที่ 39.9 ลดลงจาก45.2 ในเดือนก่อน ส่วนดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(มูลค่าเพิ่ม) อยู่ที่ 80.2 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่มูลค่าการส่งออกของผู้ประกอบการ SME ไทยอยู่ที่ 169,496ล้านบาท ลดลง 1.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    นอกจากนี้การจัดตั้งกิจการใหม่ของ SME อยู่ที่ 4,523 รายลดลง 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่การยกเลิกกิจการกลับมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือมีการบอกเลิกกิจการทั้งสิ้นจำนวน 977 ราย โดยมองว่าสถานการณ์โดยรวมของ SMEs ในช่วงที่เหลือของปีนี้ไม่น่าจะแตกต่างจากช่วงครึ่งปีแรกมากนัก

    นายศิระกล่าวที่ผ่านมา SME ไทยส่วนใหญ่ยังขาดแบบแผนการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการจัดทำงบการเงินที่ได้มาตรฐานซึ่งตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เนื่องจากงบการเงินจะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นรายรับ รายจ่าย รู้ความเคลื่อนไหวของกระแสเงินสดของกิจการได้ชัดเจนมากขึ้นจึงทำให้สามารถวางแผนบริหารกระแสเงินสดและเงินทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นรากฐานช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา แนวหน้า



www.smethaialndclub.com ศูนย์รวมข้อมูล เพื่อธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020