บีโอไอชี้ช่องลงทุนอาเซียน อาหาร-ชิ้นส่วนรถ-เครื่องนุ่มห่ม

by SME Thailand PR News 02 กย. 2015
Share:

    นางสาวชลลดา อารีรัชกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอ ได้ศึกษาอุตสาหกรรมไทยที่มีศักยภาพในการออกไปลงทุนในกลุ่มอาเซียน พบว่า 3 กลุ่มที่มีศักยภาพ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งในอุตสาหกรรมอาหารควรเข้าไปตั้งโรงงานแปรรูปผลิตผลท้องถิ่น ธุรกิจร้านอาหารไทย ส่วนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เหมาะเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รถจักรยานยนต์ โรงงานผลิตส่วนประกอบต่างๆ รวมทั้งศูนย์บริการและซ่อมบำรุง

    ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มควรเข้าไปลงทุนโรงงานผลิตเส้นใย โรงงานทอผ้า ย้อมผ้า และโรงงานตัดเย็บนอกจากนั้นตลาดประเทศเพื่อน หรือกลุ่ม CLMVI ยังมีจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ และแรงงานมากแต่มีอัตราค่าจ้างแรงงานต่ำ นักลงทุนไทยจึงควรเข้าไปขยายฐานการผลิตและการบริการ เพราะเป็นการสร้างโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบเหล่านี้

    ทั้งนี้ จากสถิติล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) พบว่า ในปี 2557 นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศกว่า 15,701.83 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยกิจการที่ไทยออกไปลงทุนมากที่สุดเป็นกิจการการผลิต 45% ส่วนมากเป็นการผลิตอาหาร และธุรกิจการเงินการธนาคาร การประกันภัย 13% และกิจการการขนส่ง การขายปลีก การซ่อมยานยนต์ 11%

    ทั้งนี้ ในอาเซียน กลุ่มประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย (CLMVI) เป็นกลุ่มประเทศที่เหมาะเข้าไปลงทุนมาก เพราะมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสูงถึงเฉลี่ยปีละ 10% มีการค้าเติบโตเฉลี่ยปีละ 16% และมีมูลค่าการลงทุนตั้งแต่ปี 2553-2556จากต่างประเทศรวมกว่า 1.17 แสนล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องถึง 9% ต่อปี จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจ และกำลังซื้อเติบโตเร็วมาก

    โดยจากสถิติในปีที่ผ่านมา ประเทศในอาเซียนที่ไทยเข้าไปลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ 3,992ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมา อินโดนีเซีย 606 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, เมียนมา 444 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, มาเลเซีย 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, สปป.ลาว 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, เวียดนาม 308 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, กัมพูชา 256ล้านดอลลาร์สหรัฐ และฟิลิปปินส์ 69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการที่ไทยลงทุนสิงคโปร์เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการใช้สิงคโปร์เป็นฐานในการออกไปลงทุนประเทศอื่นเพราะเป็นมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ

    สำหรับ ต้นทุนในการทำธุรกิจนั้นในเรื่องของค่าแรง ประเทศเมียนมามีค่าแรงขั้นต่ำน้อยที่สุด 56 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือนรองลงมาเป็น สปป.ลาว 75 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือนกัมพูชา 128 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน อินโดนีเซีย145 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน และเวียดนาม 174 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน ขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ 274 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน

ที่มา แนวหน้า
 
Share:

Related Articles

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​บริดจสโตน ส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตน ผ่านโครงการ B-Active สร้างพื้นที่ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของเด็กไทย

บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์อันดับหนึ่งในประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตนในโครงการ B-Active แห่งที่ 3 ณ โรงเรี..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021