บก.ปอศ. เน้นใช้เทคโนโลยีปราบบริษัทใช้ซอฟแวร์เถื่อน

by smethailandclub 01 ตค. 2015
Share:


    กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) รายงานความคืบหน้าผลการปราบปราบการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ พร้อมประกาศเดินหน้ากวาดล้างการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายต่อภายใต้ชื่อ “Crackdown 2.0” โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มช่องทางให้ความรู้แก่นักธุรกิจเรื่องความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายและรวบรวมเบาะแสเกี่ยวกับองค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

    บก.ปอศ. ใช้ประโยชน์ของโซเชียลมีเดียเพื่อรวบรวมเบาะแสโดยมุ่งเน้นไปยังองค์กรธุรกิจในทุกภาคอุตสาหกรรม คาดว่าจะเพิ่มการดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ราวร้อยละ 20 จากปี 2557  บก. ปอศ. กล่าวว่าจะรักษาอัตรานี้ไว้ไปให้ถึงปีหน้า 


ความคืบหน้าสถานการณ์การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในปี 2558

    เพื่อสนับสนุนภาระกิจของรัฐบาลเรื่องการสร้างระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนในประเทศไทย บก.ปอศ. ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังคงเดินหน้าปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างจริงจังในปี 2558 การปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้ชื่อ Crackdown 2.0 จะมุ่งเน้นไปยังองค์กรธุรกิจที่ต้องสงสัยว่าใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย และจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการรณรงค์ให้องค์กรธุรกิจเข้าใจถึงอันตรายที่เชื่อมโยงระหว่างซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิและอาชญากรรมไซเบอร์


    ข้อมูลของ บก.ปอศ. ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนกันยายน 2558 รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจจำนวน 166 แห่ง เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 20 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว และมีมูลค่าของซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์สูงราว 358 ล้านบาท 


    จนถึงขณะนี้ องค์กรธุกิจที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต คิดเป็นร้อยละ 34 ตามด้วยอุตสาหกรรมก่อสร้างและออกแบบร้อยละ 32 ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ประกอบไปด้วย ตัวแทนจำหน่ายและบริษัทค้าส่งร้อยละ 7 วิศวกรรมร้อยละ 7 อสังหาริมทรัพย์ร้อยละ 4 ไอทีและโทรคมนาคมร้อยละ 2 และอื่นๆ ร้อยละ 14 ผู้ถือหุ้นในองค์กรธุรกิจที่ถูกดำเนินคดีแบ่งเป็นชาวไทยร้อยละ 83.15 เกาหลีใต้ร้อยละ 1.20 จีนร้อยละ 0.60 และบริษัทร่วมทุนร้อยละ 15.05


    การใช้งานสื่อดิจิทัลที่ขยายวงกว้างขึ้นและความร่วมมือจากสังคมดิจิตอลช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายกับองค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ เจ้าหน้าที่ของ บก.ปอศ. ได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารทั้งสายด่วน เว็บไซต์ และสื่อโซเชียลมีเดียเพื่อสื่อสารและให้ความรู้แก่ประชาชนและองค์กรธุรกิจเรื่องความเสี่ยงของซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ ทั้งนี้ประชาชนยังสามารถแจ้งเบาะแสการละเมิดลิขสิทธ์ซอฟต์แวร์ภายในองค์กรธุรกิจผ่านทางช่องทางเหล่านี้ได้อีกด้วย


การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

    การปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่ผ่านมา มุ่งเน้นไปยังองค์กรธุรกิจในภาคการผลิตและก่อสร้าง แต่ในปี 2558 การปราบปรามได้ขยายวงกว้างขึ้นโดยครอบคลุมองค์กรธุรกิจทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงขนาดของธุรกิจ 


    การปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ยังเป็นความพยายามที่จะจัดการกับความเชื่อมโยงกันระหว่างการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์กับการจู่โจมของมัลแวร์และภัยไซเบอร์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก การใช้ซอฟต์แวร์ที่ได้รับอนุญาตและถูกต้องตามกฎหมายเป็นการป้องกันภัยในขั้นแรกที่ดีและลดช่องโหว่ที่จะถูกโจมตีทางไซเบอร์ องค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิละเมิดลิขสิทธิ์กำลังทำให้ข้อมูล รวมถึงข้อมูลทางการเงินขององค์กรตกอยู่ในความเสี่ยง จากรายงานของไอดีซี (IDC) พบว่าร้อยละ 70 ของซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายมีมัลแวร์ฝั่งตัวอยู่ เป็นต้นหตุหนึ่งของการโจรกรรมในภาคการเงินและการธนาคาร การขโมยข้อมูล การโกงในการซื้อขายบนออนไลน์ และคดีอื่นๆ 


ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตและความปลอดภัยด้านไอทีขององค์กรธุรกิจ

    เมื่อพูดถึงการดำเนินคดีในปี 2558  พ.ต.อ. ดร.กิตติศักดิ์ ปลาทอง รองผู้บังคับการ บก.ปอศ. ได้แสดงความคิดเห็นว่า “อัตราการดำเนินคดีในปี 2558 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 20 จากปีที่แล้ว แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามการเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างจริงจังและต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ และให้ความรู้แก่ประชาชนและองค์กรธุรกิจเรื่องความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงจากการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย บก.ปอศ. ได้ลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา อัตราการปราบปรามที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 20 ในปีนี้นั้น จึงถือว่าเป็นตัวเลขที่มีสาระสำคัญ”


    พ.ต.อ. ดร.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า “การใช้ช่องทางการสื่อสารที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ สายด่วน และโซเชียลมีเดีย รวมถึงเฟซบุ๊ค และการสื่อสารให้ข้อมูลแก่ประชาชนนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกภาคส่วนธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง ไม่เพียงแต่องค์กรธุรกิจเท่านั้นแต่ยังรวมถึงธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอีกด้วย” 


    “การลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ยังคงเป็นวัตถุประสงค์หลักของ บก.ปอศ. ซึ่งหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข อาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทยที่กำลังเติบโตขึ้น และยังนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อองค์กรธุรกิจในด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์อีกด้วย” พ.ต.อ. ดร.กิตติศักดิ์ กล่าว


    รองผู้บังคับการ บก.ปอศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายส่งผลกระทบต่อองค์กรธุรกิจไม่ว่าขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ไวรัสหรือมัลแวร์ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เป็นความลับตกอยู่ในความเสี่ยงและอาจก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงตามมา เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือจากผู้บริหารและผู้จัดการในองค์กรธุรกิจต่างๆ ให้ศึกษาถึงความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการป้องกันองค์กรจากอันตรายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ของอาชญกรรมบนโลกไซเบอร์ โดยใช้แต่ซอฟต์แวร์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิเท่านั้น”


    พ.ต.อ. ดร.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินหน้าปราบปรามการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างต่อเนื่อง “เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังบังคับใช้กฎหมายและปกป้องลิขสิทธิ์ของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ การใช้งานซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการลักทรัพย์รูปแบบหนึ่ง โดยบริษัทซอฟต์แวร์ไทยก็ได้รับผลกระทบจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ด้วยเช่นกัน องค์กรธุรกิจที่ไม่สามารถจัดการตัวเองและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี และเนื่องด้วยการสื่อสารให้ข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เพิ่มมากขึ้น ความเป็นไปได้ที่องค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน” พ.ต.อ. ดร.กิตติศักดิ์ กล่าว


    สุดท้ายนี้ พ.ต.อ. ดร.กิตติศักดิ์ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ “ช่องทางสำหรับการแจ้งข้อมูลเบาะแสการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้งานโซเชียลมีเดียนั้น เพิ่มโอกาสสำหรับการแจ้งข้อมูลเบาะแสการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่ขอขอบทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและขอให้ทุกคนช่วยเหลือและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับใช้กฎหมายและสร้างความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์แก่ประเทศไทย”

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020