สภาผู้ส่งออกเตรียมลดเป้าส่งออกติดลบมากกว่าร้อยละ 5

by smethailandclub 02 ตค. 2015
Share:


    สภาผู้ส่งออกเตรียมลดเป้าส่งออกติดลบมากกว่าร้อยละ 5 หลังจากส่งออกเดือนสิงหาคมยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 พร้อมคาดเดือนกันยายนติดลบร้อยละ 8.6

    นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือสภาผู้ส่งออก แถลงยอดส่งออกช่วง 8 เดือนแรกปี2558 ว่า ยังคงติดลบต่อเนื่องจากเดือนกรกฎาคม โดยเดือนสิงหาคมมียอดส่งออกรวม 17,669 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบร้อยละ 6.69 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ส่วนภาพรวม 8 เดือนแรกปี 2558 (ม.ค.-ส.ค.58) ส่งออกติดลบแล้วร้อยละ 4.92 โดยช่วง 4 เดือนที่เหลือสถานการณ์ส่งออกจะยังไม่ดี คาดว่าการส่งออกจะติดลบร้อยละ 6 ขณะที่ส่งออกไตรมาส 4 หรือช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2558 การส่งออกจะติดลบร้อยละ 5.2 ดังนั้น การแถลงสถานการณ์ส่งออกครั้งต่อไปในอีก 1 เดือนข้างหน้าสภาผู้ส่งออกจะปรับประมาณการส่งออกปี 2558 ใหม่ โดยจะปรับให้การส่งออกติดลบมากกว่าร้อยละ 5 แน่นอน ส่วนปี 2559 คาดว่าส่งออกจะโตร้อยละ 0 ส่วนปี 2560 และปี 2561 ส่งออกจะโตร้อยละ 3 ส่วนปี 2562 และปี 2563 จะโตร้อยละ 5


    อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีที่เป็นความหวัง คือ การที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก สภาผู้ส่งออกจึงสนับสนุนนโยบายของนายสมคิด และขอให้มีเป้าหมายมีแผนยุทธศาสตร์ผลักดันการส่งออกที่ชัดเจนและการทำงานบูรณาการทุกกระทรวง รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนลักษณะเดียวกันกับเจโทรโมเดล และเสนอให้ตั้งศูนย์กระจายสินค้าและบริการนำสินค้าเอสเอ็มอีไปวางโชว์มีเจ้าหน้าที่ดูแลว่าลูกค้าชอบสินค้าใดและต้องสนับสนุนบริษัททำหน้าที่การตลาดทั้งนำเข้าส่งออก และต้องมีแผนสร้างคน เพราะขณะนี้กระทรวงพาณิชย์มีปัญหาด้านบุคลากร


    นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาผู้ส่งออกไม่ตกใจกับการส่งออกเดือนสิงหาคม 2558 ที่ติดลบร้อยละ 6.69 เพราะขณะนี้โลกเข้าสู่บริบทใหม่ การส่งออกจะไม่เห็นเติบโตสูงร้อยละ 7-10 อีกต่อไป ทำให้ไทยติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง จึงน่าจะหาแนวทางเพิ่มการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ต้องใช้เวลาการดำเนินการนาน เพราะไทยเป็นประเทศที่เน้นผลิตเพื่อส่งออกมานาน สำหรับคาดการณ์ส่งออกเดือนกันยายนและตุลาคม 2558 จะติดลบต่อเนื่อง คาดว่าเดือนกันยายน 2558 จะติดลบร้อยละ 8.6 เดือนตุลาคมติดลบร้อยละ 9.2 และเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมจะติดลบร้อยละ 3 เท่ากัน


    ส่วนปีหน้าเศรษฐกิจโลกเชื่อว่าจะไม่ฟื้นเร็ว แต่การส่งออกจะดีขึ้น เพราะมีปัญหาค่าเงินที่ผันผวนจากสงครามการเงินสหรัฐกับจีน ญี่ปุ่นกับยุโรป และรวมถึงเงินหยวนของจีน ที่จะต้องติดตามหลังจากปรับลดค่าเงินหยวนลงมาแล้วร้อยละ 4.7 ว่า เพียงพอแล้วหรือยัง ขณะที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว หากต้องการปรับเศรษฐกิจให้ดีขึั้นจีนอาจใช้นโยบายลดค่าเงินลงอีกได้ ดังนั้น ควรเพิ่มการค้าชายแดนกลุ่ม CLMMV มากขึ้นโดยรวมมาเลเซียที่มีสัดส่วนการค้าชายแดนกว่าร้อยละ 50 ของยอดการค้าชายแดนในภาพรวมทั้งหมด และเพิ่มตลาด CIS ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องปรับให้พาณิชย์จังหวัดมีองค์ความรู้ด้านตลาดส่งออก ด้านการนำเข้าสินค้าทุนของไทยในภาพรวมลดลง ผลจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าทุนแพงขึ้น


    นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย แถลงสถานการณ์ส่งออกเดือนสิงหาคม ว่า ตลาดส่งออกทั้งหมดติดลบ เนื่องจากเศรษฐกิจโลก ขณะที่ส่งออกเป็นบวกมีเพียงตลาด CLMV หมายถึง กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม แต่กังวลว่าส่งออกสินค้าที่บวกค่อนข้างมาก คือ อัญมณีและเครื่องประดับที่ยอดเพิ่มขึ้นจากยอดส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปไป สปป.ลาว หากไม่มีตัวเลขนี้ส่งออกจะไม่เป็นบวก หากตัวเลขนี้ลดลงจะส่งผลกระทบยอดส่งออกได้ ส่วนการส่งออกไปจีนยางพาราและแผงวงจรไฟฟ้าปรับตัวดีขึ้นโต 2 เท่าตัว


    ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกพบว่าการส่งออกไปสหรัฐมีแนวโน้มดีขึ้นจากเศรษฐกิจและการนำเข้าของสหรัฐดีขึ้น แต่ไทยมีปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์สูง ขึ้นจากปัญหาการเก็บค่าระวางขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่ปรับขึ้น ซึ่งจีนเผชิญสถานการณ์นี้เช่นกัน แต่ภาครัฐแก้ไขปัญหาแล้ว โดยประกาศนโยบายปราบผู้ประกอบการเรือ ซึ่งในยุโรป ศรีลังกา มีคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้เช่นกันเเพื่อสร้างความเป็นธรรมและการแข่งขันที่เป็นธรรม ในเรื่องนี้รัฐบาลไทยควรเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ เพราะหากประเทศไทยปรับตัวช้าจะเสียเปรียบด้านต้นทุนโดยเฉพาะหากเทียบกับสินค้าส่งออกจากจีนไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ไทยยังขาดความหลากหลายของช่องทางการส่งออก เป็นต้น สภาผู้ส่งออกฯ ยังสำรวจพบว่าผู้ส่งออกภาคใต้เสนอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการพัฒนาท่าเรือสงขลาและการสร้างท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 ทั้งนี้ บทบาทภาครัฐความต้องสนับสนุนให้เอกชนมีความพร้อมทุกด้าน กำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมทางการค้าและอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อไป ซึ่งสภาผู้ส่งออกฯ จะเสนอต่อภาครัฐต่อไป

ที่มา – สำนักข่าวไทย
 
Share:

Related Articles

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020