วว. มุ่งทำงานวิจัยหนุนสร้างนวัตกรรมเพื่อ SME

by smethailandclub 12 ตค. 2015
Share:





    งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หากมีการนำมาใช้จะก่อให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโต ซึ่ง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากจะให้บริการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังช่วยผลักดันผลงานวิจัย นวัตกรรม ทั้งในภาคการผลิต ภาคบริการ เพื่อการพัฒนาธุรกิจให้เข้มแข็งอีกด้วย โดยล่าสุด ประสบความสำเร็จสามารถวิจัยผลิตภัณฑ์สารสกัดจากเมล็ดองุ่นไทย และเทคโนโลยีการถ่ายภาพและวิเคราะห์การทำงานภายในเซลล์แบบรวดเร็ว (High Content Incell Analysis) ได้ 




    ฉันทรา พูนศิริ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. กล่าวถึงทิศทางการทำวิจัยของ วว.ว่า โจทย์ของ วว. คือผู้ประกอบการ SME โดยจะพยายามผลักดันผู้ประกอบการ SME ให้ประสบความสำเร็จด้วยการใช้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปช่วยสนับสนุน ดังนั้น การที่จะเลือกทำงานวิจัยด้านใด วว.จะดูความต้องการของตลาด ความต้องการของกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME รวมถึงเทรนด์ของโลกเป็นหลัก




    “เทรนด์ของโลกในวันนี้ต้องยอมรับว่า เรื่องสุขภาพมาแรง เราก็ดูว่าศักยภาพของเราที่มีอยู่ทำอะไรได้บ้าง เราทำได้ทั้งอาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เวชสำอาง รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ นอกเหนือจากนั้น เรามีงานบริการวิจัยที่จะครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีกำลังผลิต หรือไม่มีกำลังที่จะวิจัยเอง เราก็จะเป็นมือเข้าไปช่วยทำให้ หรือในกรณีที่เขาต้องการจะได้ผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่ง องค์ความรู้ที่เรามีก็สามารถพัฒนาให้ได้  อย่างไรก็ตาม โดยปกติในการทำงานวิจัยจะมีการทำโรดแมป ฉะนั้นนักวิชาการจะมีกรอบ มีทิศทางเดินของตนเองที่ชัดเจนว่า จะเดินไปทางไหน แล้วเราจะมีการทบทวนทุกปีว่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างในบริบทของประเทศ บริบทของโลก เช่น ในเรื่องอาหารเราเน้นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพเพราะเป็นเทรนด์ของโลก เป็นต้น”




    ทั้งนี้  รองผู้ว่าการ วว. ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า เรื่องของการชะลอวัยและเวชสำอางเป็นสิ่งที่ตลาดต้องการเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน วว.ก็มีแนวคิดเรื่อง O-Z-O-N-E ซึ่งเป็นรูปแบบการบริหารของ วว.ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรในประเทศอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างงาน สร้างโอกาส และลดปริมาณของเสีย ดังนั้น ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากเมล็ดองุ่นไทย จึงเป็นการนำของเหลือทิ้งที่ไม่มีประโยชน์มาทำให้เกิดประโยชน์ ขณะเดียวกันสารสกัดจากเมล็ดองุ่นก็มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งในต่างประเทศมีจำหน่ายในราคาที่แพงมาก นักวิจัยของ วว.จึงสนใจที่จะนำพันธุ์องุ่นในเมืองไทยมาวิจัย คิดวิธีการสกัดเมล็ดองุ่นว่า จะสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง สุดท้ายสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งผู้ประกอบการ SME สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ได้ถึง 3 ทาง คือ เทคโนโลยีการสกัดสารเมล็ดองุ่น การนำสารสกัดเมล็ดองุ่นไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเอง และการนำสูตรที่วิจัยไว้แล้วไปสร้างแบรนด์ของตนเอง 
    



2 งานวิจัยโดดเด่น

-ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากเมล็ดองุ่นไทย
    
          ดร.ประไพภัทร คลังทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เล่าถึงงานวิจัยผลิตภัณฑ์สารสกัดจากเมล็ดองุ่นไทยว่า “เราประสบความสำเร็จในการสกัดสารสำคัญจากเมล็ดองุ่น ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้ง หรือ By  Product จากโรงงานแปรรูปองุ่นและโรงงานผลิตไวน์ โดยใช้ระยะเวลาในการวิจัยและพัฒนานาน 3 ปี เพื่อตรวจพิสูจน์สรรพคุณทางเภสัชวิทยาที่มุ่งฤทธิ์สำหรับเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางสำหรับสุขภาพและผิวพรรณ 



    จากนั้นคัดเลือกสารสกัดที่มีศักยภาพสูงสุดในการต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันการกลายพันธุ์ของ DNA และการเสื่อมของเซลล์มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ “วิทิสตร้า (VITISTRA)” ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูล และผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ซึ่งใช้เทคโนโลยีบีนาโนอิมัลชัน ซึ่งเป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สามารถป้องกันการเสื่อมสลายของสารธรรมชาติ เพื่อคงคุณค่าของสารสำคัญ (สารสกัดเมล็ดองุ่น) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และจากขนาดอนุภาคที่น้อยกว่า 100 นาโนเมตร ทำให้สามารถนำพาสาระสำคัญให้เข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ และไม่มีอันตรายต่อเซลล์ผิวหนัง ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางนาโนวิทิสตร้าได้ผ่านการทดสอบประสิทธิผล ต่อการต้านริ้วรอย ลดฝ้า รอยด่างดำ และเพิ่มความกระจ่างใสของใบหน้า ซึ่งเห็นผลภายในระยะเวลา 1-2 เดือน โดยทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 40 ราย  



    ผลงานวิจัยนี้ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือเวชสำอางสำหรับการดูแลสุขภาพผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์จากสารธรรมชาติที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล และราคาต่ำกว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ และสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิทิสตร้าจากสารสกัดเมล็ดองุ่นก็เป็นตัวเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดนี้จากต่างประเทศ โดยราคาต่อแคปซูลตกราว 50-90 บาท และต้องรับประทานวันละ 4 แคปซูล แต่ผลงานวิจัยที่ วว.วิจัย และพัฒนานี้ต้นทุนต่อแคปซูลไม่เกิน 10 บาท และรับประทานวันละเพียง 2 แคปซูล นั่นคือ รับประทานปริมาณน้อยกว่าแต่ประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้มีความพร้อมสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการที่สนใจ เพื่อเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์”


    
-เทคโนโลยีการถ่ายภาพและวิเคราะห์การทำงานภายในเซลล์แบบรวดเร็ว

    ดร.ธัญชนก เมืองมั่น นักวิจัย ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กล่าวว่า “ทางนักวิจัยของ วว.ได้พัฒนากระบวนการทดสอบโดยใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยเทคนิคฟลูออเรสเซนต์ภายในเซลล์ขึ้นมา เพื่อทดสอบการทำงานของเซลล์ในระดับโมเลกุล ซึ่งกระบวนการทดสอบนี้จะสามารถติดตามการทำงานของเซลล์ ได้ในทั้งรูปร่างลักษณะ การทำงานภายในเซลล์ หรือวัดปริมาณสารชีวโมเลกุลบางอย่างที่เกิดขึ้นในเซลล์ รวมทั้งการติดตามการเคลื่อนที่ของเซลล์ได้ในภาวะที่มีชีวิตอยู่ และที่สำคัญคือเป็นเทคโนโลยีที่มีความรวดเร็วมากทั้งในการถ่ายภาพและประมวลผล กล่าวคือสามารถถ่ายภาพได้ถึง 384 ตัวอย่างในครั้งเดียว 



    กระบวนการที่นำมาใช้กับเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบรวดเร็วนี้ สามารถนำมาใช้ในการทดสอบผลของสมุนไพร สารเคมี หรือยาต่อการทำงานของเซลล์ได้ รวมทั้งใช้ในการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพและความเป็นพิษต่อเซลล์ และยังสามารถประยุกต์ใช้ในการติดตามการรักษาของผู้ป่วยได้ โดยการทดสอบผลของยาจากเซลล์เนื้อเยื่อหรือเซลล์เม็ดเลือด เป็นต้น ดังนั้น กระบวนการที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถนำมาใช้ได้ทั้งทางการแพทย์ ชีวการแพทย์ และเภสัชวิทยา โดยทาง วว.มีโครงการจะเปิดให้บริการวิจัยกับหน่วยงานภายนอกและบริการถ่ายภาพรวมทั้งวิเคราะห์ผลจากตัวอย่างในเร็วๆ นี้”



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี) 

Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020