สมคิดประกาศนโยบาย 4 ด้านดึงเศรษฐกิจฟื้นตัว

by smethailandclub 16 ตค. 2015
Share:


    ทีมเศรษฐกิจประกาศเดินหน้านโยบาย 4 ด้าน หวังดึงเศรษฐกิจฟื้นตัวระยะยาว ดึงทุกฝ่ายร่วมมือ-เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา Post Forum 2015 “ร่วมสร้างเศรษฐกิจไทย กับทีมเศรฐกิจใหม่” ว่า หลังจากได้ออกมาตรการช่วยเหลือรายย่อย ทั้งเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และเอสเอ็มอีในช่วงที่ผ่านมา มองว่าเป็นมาตรการที่ขับเคลื่อนและพยุงให้ทุกฝ่ายผ่านพ้นปัญหาในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ไม่ได้หวังจะให้จีดีพีขยายตัว

    ก้าวต่อไปของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การปรับความสมดุลการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ ที่เคยพึ่งพาการส่งในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการกระจายการพัฒนาไปสู่ภูมิภาคให้มากขึ้น เพื่อลดปัญหาความอยากจนในต่างจังหวัด เพื่อเติบโตเหมือนกับในเมืองหลวง จึงต้องให้น้ำหนักในเรื่องนี้อย่างมาก เพราะต้องการให้เกษตรกร 30 ล้านคนมีฐานะดีขึ้น ผ่านความร่วมมือจากท้องถิ่น ทั้ง อบต. อบจ. กรอ.ภูมิภาค โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในพื้นจะเข้ามาช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนา

    การปรับระบบการผลิตของเอกชน จากเคยเน้นเพียงให้มีต้นทุนต่ำ ขยับไปสู่การใช้นวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าการผลิต แทนระบบรับจ้างการผลิตจากออเดอร์ในช่วงที่ผ่านมา เพราะปัจจุบันค่าเงินบาทแม้จะอ่อนเหลือ 36-37 บาทต่อดอลลาร์ แต่ยังส่งออกไม่ได้มากนัก โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาร่วมมือกัน ทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม สวทช. มหาวิยาลัย สภาวิจัย เพื่อมาร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเติบโตขึ้นมาจำนวนมาก มุ่งเน้นไปสู่ในกลุ่ม Start Up ที่มีศักยภาพ ผ่านการร่วมลงทุน การหาเงินทุน เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปอย่างจริงจัง
 
    3.การดูแลผู้ประกอบการผ่านระบบคลัสเตอร์ เพื่อเน้นในกลุ่มซุปเปอร์คลัสเตอร์ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม และจะยกระดับจากการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปสู่ภาคบริการ ซึ่งมีจุดแข็งคือการท่องเที่ยว ดังนั้นจะเน้นพัฒนาการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่นซึ่งให้บีโอไอไปศึกษาเพื่อจูงใจให้มีการลงทุนแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ

    4.การพัฒนาระบบการเงินการคลังของประเทศ ยกระดับตลาดทุน เดินรื้อกฎระเบียบตลาดทุนให้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดโลก นอกจากนี้จะปฏิรูประบบงบประมาณ โดยจะให้งบประมาณสองขา คืองบประมาณที่จัดสรรตามยุทธศาสตร์ ที่เป็นวาระสำคัญจะบูรณาการทกกระทรวงที่่เกี่ยวข้อง กับงบประมาณตามภาระกิจของส่วนราชการ หรืองบประจำ

    “กรณีที่ดร.วีรพงษ์? มารางกูร ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นแบบตัว “ยู” แต่เชื่อว่า หากดำเนินการตามที่รัฐบาลวางแผนไว้ จะได้เห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบเครื่องหมายไนกี้ แน่นอน” นายสมคิด กล่าวเพิ่มเติม

    ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังกล่าวว่า การดำเนินนโยบายเฟส 2 ระยะต่อไปจะเน้นการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเป็นอนาคตของประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมต่อยอดกลุ่มยานยนต์ อุตฯการแพทย์และอุตฯการบิน ให้มีมาตราการจูงโดยให้สิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเพื่อดึงการลงทุนในช่วง1-2 ปีนี้  ส่วนเฟส 3 เป็นการลงทุนตามแผนเมกะโปรเจ็คที่วางเอาไว้เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิตของประเทศได้อีก10-20ปีข้างหน้า

    ส่วนแนวคิดด้านนโยบายภาษี กระทรวงการคลังมีเป้าหมายลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอนาคตเพื่อให้สอดคล้องกับนิติบุคคลที่ลดลงไป แต่ต้องดูแลไม่ให้กระทบการจัดเก็บรายได้และการจัดทำงบประมาณรวมทั้งต้องปรับปรุงกระบวนการชำระภาษีให้ง่ายและสะดวกโดยลดรายการให้น้อยลง ส่วนของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นรัฐบาลจะเดินหน้าต่อ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนเพื่อให้กระทบต่อคนส่วนใหญ่น้อยที่สุด

     นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า เป้าหมายหลักต่อไป ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินนั้น ต้องการผลักดันระบบ E-Payment  โดยดึงทุกหน่วยงานมาร่วมทำงานอย่างบูรณาการ  เพื่อลดการชำระด้วยเงินสด และหันไปใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แทน และเชื่อมโยงระบบกับกรมสรรพากรในการหักภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีการชำระค่าสินค้าและบริการ ช่วยให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านบัตรประชาชน เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินมาตราการอุดหนุนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยโดยตรง คาดว่าแนวทางดังกล่าวจะได้เห็นโครงร่างภายใน1เดือนนับจากนี้

    นางอรรชกา ศรีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ต้องการส่งเสริมภาคเอกชนผ่านการพัฒนาด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีชั้นสูง ผ่านกลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี จะได้รับการยกเว้นภาษีอย่างเต็มที่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี่  เช่น ไบโอ ฟู้ดไฮโดรโพรนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์ รองรับการเป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพ

    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลต้องการเร่งเดินหน้าวางระบบขนส่งเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกทวายและท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านความร่วมกับไทย-ญี่ปุ่น ในการสร้างระบบราง กาญจนบุรี-กทม.-สระแก้ว- แหลมฉบัง  เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งด้านตะวันตก ตะวันออกจากเมียนมาร์ ผ่านไทย ไปกัมพูชา และเวียดนาม กลางปีหน้าจะเสนอ ครม.พิจาณาได้ นอกจากนี้ยังต้องการเดินหน้าการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก ตะวันออกด้านบน ผ่านด่านแม่สอด-นครสวรรค์-มุกดาหาร และเร่งเจรจากับจีนเพื่อเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าเส้นทางกทม.-หนองคาย เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายครอบคลุมมากขึ้น

ที่มา.-สำนักข่าวไทย
 
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020