นายกฯสั่งพาณิชย์ทำทีพีพีใหม่ลงลึกเป็นรายสินค้า

by smethailandclub 21 ตค. 2015
Share:



     นายกฯสั่งกระทรวงพาณิชย์ทำข้อมูล “ทีพีพี” ใหม่ ชี้ให้ลงลึกเป็นรายสินค้า เผยมีเวลาอีก 1-2 ปีในการตัดสินใจเข้าร่วม 

    พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.ว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์กลับไปจัดทำรายละเอียด เรื่องผลกระทบจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี ต่อประเทศไทย ใหม่ โดยกำหนดให้ลงลึกเป็นรายสินค้าให้ชัดเจนเป็นรายตัว โดยเฉพาะสินค้าอ่อนไหว แต่ละชนิดว่าเมื่อเปิดตลาดทีพีพีแล้ว จะมีข้อดี ข้อเสียต่อสินค้าแต่ละประเภทอย่างไรบ้าง เพราะจากข้อสรุปของกระทรวงพาณิชย์ในเบื้องต้นนั้นไทยยังมีเวลาที่จะตัดสินใจอย่างรอบคอบอีก 1-2 ปี 


    ทั้งนี้จากการรายงานของกระทรวงพาณิชย์ พบว่าการรวมตัวของ 12 ประเทศสมาชิกทีพีพีจะมีผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือจีดีพีรวมกัน 28.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 38% ของโลก มีประชากรรวมกัน 800 ล้านคน หรือคิดเป็น 11% ของโลก ขณะเดียวกันจากการหารือร่วมกับภาคเอกชนทั้ง 3 สถาบันยังพบว่าทีพีพีน่าจะมีประโยชน์และให้ความสนใจ แต่ภาคเอกชนบางรายกังวลว่าอาจส่งผลต่อการส่งสินค้าออกไปยังประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอ่อนไหว อย่างเนื้อไก่สด หรือข้าว เป็นต้น 


    ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีและครม.รับทราบถึงผลกระทบของทีพีพีที่มีผลต่อประเทศไทย ซึ่งพบว่าส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในระยะสั้น เพราะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยบางรายการ แต่ไทยได้ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอกับประเทศสมาชิกทีพีพี ถึง 9 ชาติ ยกเว้น สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ขณะที่สหรัฐฯไทยยังมีสิทธิพิเศษทางศุลกากรหรือจีเอสพี เหลืออยู่ ดังนั้นจึงมีผลกระทบไม่มาก 


    “ปัจจุบัน ไทยไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลก แต่ยังมีข้อตกลงทางการค้าในกรอบอื่น ๆ เช่น กรอบความตกลงอาเซียนบวก6 หรืออาร์เซ็บ ที่มีสมาชิก 16 ประเทศ คืออาเซียน 10 ประเทศ และประเทศจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย และนิวซีแลนด์ ที่พบว่าแม้มีขนาดของผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือจีดีพี น้อยกว่าทีพีพี แต่ก็มีจำนวนประชากรมากกว่า โดยมีถึง 3,500 ล้านคน และจีนยังได้พยายามรุกให้อาร์เซ็บมีความเป็นไปได้เร็วขึ้น ซึ่งในการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ในเดือนพ.ย.นี้ที่มาเลเซีย จะมีการลงนามร่วมกันในรูปแบบของการลดภาษี ขณะเดียวกันยังมีกรอบความร่วมมือการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่จะเริ่มต้นในปี59 นี้ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง” 


    นอกจากนี้ กรอบข้อตกลงของทีพีพีกว่าจะเกิดได้จริง หรือกว่าจะสรุปผลการเจรจาได้สำเร็จน่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 60 หรืออีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งถือว่ายังมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาข้อมูลรายละเอียดให้รอบคอบ และยืนยันว่าไม่ล่าช้าแต่อย่างใด

ที่มา เดลินิวส์
 
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020