ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ

by smethailandclub 04 พย. 2015
Share:


    ด้วยสภาวะการลงทุนของไทยในภาพรวมมีการขยายตัวเฉลี่ยลดลง โดยเฉพาะการลงทุนในภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 จึงได้มีมติเห็นชอบหลักการมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนในประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    1.หลักการให้หักรายจ่ายเป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายเพื่อการลงทุนโดยจัดทำเป็นแผนงานหรือโครงการการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินธุรกิจหลักของกิจการ ได้แก่ 1) เครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้  2) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3) ยานพาหนะ 4) อาคารถาวร (ไม่รวมที่ดิน และไม่รวมถึงอาคารถาวรที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย) และต้องเป็นรายจ่ายที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559  และทรัพย์สินนั้นจะต้องได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้การได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้การใช้สิทธิดังกล่าวต้องปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

    ทั้งนี้ การหักค่าใช้จ่ายจะต้องหักรายจ่ายลงทุนในจำนวนที่เท่ากันตามรอบระยะเวลาบัญชีที่กฎหมายกำหนดให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา และให้เริ่มใช้สิทธินับตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่มีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา

    2.สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) สามารถใช้สิทธิมาตรการภาษีดังกล่าวได้ ดังนี้

    1) กรณีโครงการที่ได้มีการลงทุนไปแล้ว หากผู้ประกอบการประสงค์จะขอใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า ผู้ประกอบการรายนั้นจะต้องมีการลงทุนในโครงการใหม่แยกต่างหากจากโครงการเดิมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว

    2) กรณีโครงการที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว แต่ยังไม่มีการลงทุน และสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมตามมาตรการเร่งรัดการลงทุนของ สกท. ผู้ประกอบการสามารถเลือกการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมตามมาตรการเร่งรัดการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) หรือเลือกใช้สิทธิหักรายจ่ายเพื่อการลงทุน 2 เท่า เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยหากเลือกใช้สิทธิหักรายจ่ายเพื่อการลงทุน 2 เท่า ผู้ประกอบการจะต้องจดแจ้งขอใช้สิทธิกับกรมสรรพากร และ สกท. ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558  ทั้งนี้ สิทธิหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนเท่าแรกเป็นการหักตามปกตินับตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่มีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา และอีก 1 เท่า ให้หัก นับตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนสิ้นสุดลงโดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

    3.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม โดยจะทำให้ภาคเอกชนตัดสินใจเร่งรัดการลงทุนเร็วและมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงาน และการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจในระยะสั้นเพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนไทยในระยะยาว ซึ่งจะสามารถชดเชยรายได้ภาษีที่สูญเสียไปได้ในอนาคต


ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

  
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020