กสอ. เดินหน้าดัน SMEsกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์บุกตลาดเกิดใหม่

by smethailandclub 09 พย. 2015
Share:



    กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งดันผู้ประกอบการไทยบุกตลาดเกิดใหม่(Emerging Markets)กลุ่มประเทศที่มีอัตราการเติบโตของ GDP สูงขึ้นร้อยละ 3-5ซึ่งสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยนำร่องอุตสาหกรรมที่มีความต้องการของกลุ่มประเทศดังกล่าว 


    ดร.สมชาย  หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมไทยเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมจากทั่วโลก เนื่องจากสินค้าดีมีคุณภาพ แต่ผู้ประกอบการไทยยังคงยึดติดกับประเทศคู่ค้าเดิม ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหญ่ อาทิ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ฯลฯ ขณะที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (EmergingMarket) อย่าง อินเดีย อิหร่าน แอฟริกาใต้ ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย      


   โดยพิจารณาจากอัตราการเติบโตของ GDP ในช่วง 5 ปีนี้ (2556-2560) สูงขึ้นร้อยละ 3-5 และได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกไม่มากนัก เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศมีความเข้มแข็งทางการรวมกลุ่มในภูมิภาคเดียวกันและมีกำลังซื้อสูง หากได้คู่ค้าจากหนึ่งประเทศในกลุ่มนี้ก็มีโอกาสขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆในกลุ่มเดียวกันได้ ประกอบกับประเทศเหล่านี้ยังขาดแคลนวัตถุดิบ และขาดแรงงานที่มีทักษะฝีมือ ขณะที่ความต้องการสินค้ายังมีอยู่มากส่งผลให้ต้องการนำเข้าสินค้าสูง

    ดร.สมชาย กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เห็นโอกาสในการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรม SMEs ไทย โดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการภาคการผลิตตื่นตัวและหันมาสนใจผลิตสินค้าตอบโจทย์ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมี 3กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสในกลุ่มตลาดดังกล่าวได้แก่  อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป  อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบ


   ซึ่ง 3 อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นซูเปอร์คลัสเตอร์ (Super Cluster) ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติสิทธิประโยชน์ด้านการค้าการลงทุน เพื่อให้ภาคการผลิตของไทยสามารถแข่งขันได้ โดยยกเว้นภาษีสูงสุด15 ปี ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลและให้การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยโดยเฉพาะภาค SMEs ในกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ดังกล่าว ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ

  อาทิ โครงการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Cluster) กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โครงการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ โดยจะเน้นการพัฒนาครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต การเชื่อมโยงกับผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูป สถาบันวิจัย และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อสร้างกลุ่มคลัสเตอร์ให้แข็งแรงขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมในด้านการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต การตลาด เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อการลดต้นทุนการผลิต การสร้างโอกาสในการขยายตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยได้อย่างมีศักยภาพและยั่งยืน

    ดร.สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดเกิดใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับผู้ประกอบการไทย ได้แก่แอฟริกาใต้ ซึ่งมีจำนวนประชากรกว่า 50 ล้านคน และเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของโลกไม่มากนัก อีกทั้งเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 23 ของไทยในระดับโลกยิ่งไปกว่านั้นแอฟริกาใต้ยังเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มบริคส์ (BRICS) (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้) ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และยังเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคแอฟริกาซึ่งมีประชากรรวมกว่าพันล้านคนนอกจากนี้ยังมีภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยในแง่ของการเข้าไปเปิดตลาด อาทิ อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี อิหร่าน อียิปต์ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นหนึ่งในสมาชิกโอเปก ที่มีรายได้หลักมาจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ศักยภาพในการผลิตเพื่อการบริโภคยังไม่เพียงพอ จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะขยายตลาดเพื่อป้อนเข้าสู่ประเทศเหล่านี้มากขึ้น

            ที่ผ่านมาจากเหตุการณ์ที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวทั้งในด้านสภาวะค่าเงินที่แข็งและอ่อนตัว ส่งผลให้ GDP ของไทยเติบโตเพียงร้อยละ 2-3 และส่งผลต่อการส่งออกที่ขยายตัวลดลงโดยในช่วงไตรมาสที่ 1-3 (เดือนมกราคม-กันยายน) ที่ผ่านมามีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 161,563 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.98 (ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร) ทั้งนี้  ในมูลค่าการส่งออกดังกล่าวประเทศไทยมีการส่งออกไปยังประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหลักรวมกว่า 48,182 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 29.8 ของการส่งออกของไทยทั้งหมด ในขณะที่ส่งออกไปประเทศตลาดเกิดใหม่เพียงร้อยละ 19 หรือประมาณ 30,623 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ที่มา: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ)ดร.สมชาย กล่าวทิ้งท้าย


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)
Share:

Related Articles

​เอ็มจี แจ้งยอดขายรวม 3 ไตรมาส เติบโตขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ ขยับมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แถลงยอดขายรวมหลังจบไตรมาส 3 มีอัตราการเติบโตถึง 14 เปอร์เซ็นต์ พร้..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ช้อปปี้ สยายปีกบุกไตรมาส 4 เต็มสูบกับมหกรรม Shopee 10.10 Brands Festival

ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ติดสปีดสู่ความเป็นเลิศส่งท้ายไตรมาส 4 ของปี มุ่งตอบโจทย์ทุกความต..

by SME Thailand.| 08 ตค. 2021