กรุงไทย รับปี’58 เหนื่อยหนักเศรษฐกิจไม่เอื้อชี้ SME เบี้ยวหนี้มากสุด

by smethailandclub 10 พย. 2015
Share:


    นายธัญญพงษ์ ธรรมาวรานุคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB เปิดเผยว่าในปี 2558 เป็นปีที่ยาก สำหรับกรุงไทย (ธุรกิจรายย่อย) เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยและหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) เพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารต้องเพิ่มความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น รวมทั้งจัดส่งพนักงานไปสอบถามและแนะนำสำหรับลูกค้าที่ชำระหนี้ช้า

    โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่อรายย่อย(SME) ที่มีการผิดนัดชำระหนี้สูงที่สุด เพราะเป็นผู้ที่มีรายได้ด้านเดียว และมีรายได้ลดลง 20-50% ขึ้นอยู่กับอาชีพและเขตภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำทำให้ลูกค้ามีความสามารถในการชำระหนี้
ลดลงตามไปด้วย

    สำหรับปีนี้พอร์ตสินเชื่อที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเกี่ยวกับราชการ และสินเชื่อ SME ที่เป็นรายย่อย ตามลำดับ ทั้งนี้ที่ผ่านมา ธนาคารได้มีการควบคุม NPL อย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นแต่อยู่ในอัตราที่ช้าลง สำหรับในไตรมาส 4 และปีหน้านั้น NPL จะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ทั้งนี้จะมากหรือน้อยอยู่ที่สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกปีหน้าว่าจะปรับตัวดีขึ้นมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ออกมาตรการและโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเริ่มเห็นผลไปในทางบวกเพิ่มขึ้น เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะช่วยสนับสนุนสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตขึ้นอีกครั้ง

    ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารในปีนี้เติบโตขึ้น 15% จากระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่โต 6-7% โดยรายได้ดังกล่าวมาจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ธนาคารนำเสนอออกมาได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น SMS Alert ที่จำนวนผู้ใช้จากหลักแสนเพิ่มเป็น 3 ล้านต่อปี ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ได้ตรงกับเป้าหมาย วัยเกษียณ และการบริการที่ดีในการนำเสนอและแนะนำลูกค้า สำหรับในปี 2559 ธนาคารตั้งเป้ารายได้จากค่าธรรมเนียมเติบโตประมาณ 12% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตรงกับความต้องการลูกค้ามากขึ้น รวมทั้งการบริการของสาขาที่ใส่ใจและเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ตามกลุ่มเป้าหมาย

    ด้าน นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสายงาน บริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารได้แบ่งสินเชื่อเอสเอ็มอี เป็นสองกลุ่ม คือ ไซส์เอ็ม ลูกค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 100-500 ล้านบาท พิจารณาสินเชื่อ 20-100 ล้านบาท และไซส์แอล ลูกค้าที่มีรายได้มากกว่า 500 ล้านบาทขึ้นไป พิจารณาสินเชื่อมากกว่า 100 ล้านบาทที่ผ่านมา มีการปรับปรุงการบริหารและผู้ดูแลโดยแบ่งเป็นสองส่วน ไซส์เอ็มมีอยู่ 70 แห่ง ไซส์แอลมีอยู่ 65 แห่ง

    สำหรับพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมด ณ ขณะนี้มีประมาณ4 แสนล้านบาท ตั้งเป้าสิ้นปี 2558 ไซส์เอ็มเติบโต 20% และไซส์แอลเติบโต 6-7% รวมกันเติบโต 8% ส่วน NPL ของกลุ่มเอสเอ็มอี คาดสิ้นปีจะคุม NPL ไม่ให้เกิน 1% โดยที่ผ่านมานับว่าภาครัฐได้ออกนโยบายมาได้ถูกทางที่เริ่มแก้ไขปัญหาธุรกิจเอสเอ็มอีที่เริ่มจากขนาดเล็กก่อน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากระดับเล็ก ส่วนระดับกลางและขนาดใหญ่ เชื่อว่าภาครัฐจะมีการออกนโยบายและโครงการเข้ามาช่วยเหลือต่อไป

ที่มา แนวหน้า
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020