กสอ. ดึงจังหวัดมิเอะต่อยอดอุตสาหกรรมชั้นสูงเสริมแกร่ง SME ไทย

by smethailandclub 20 พย. 2015
Share:

 
   กสอ. ได้เดินหน้าลงนามบันทึกความร่วมมือกับจังหวัดมิเอะ (MIE) เพื่อนำไทยสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงโดยประโยชน์ ที่ได้รับไม่เพียงช่วยให้ประเทศไทยได้รับองค์ความรู้ในการบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยังส่งผลให้ผู้ประกอบการประเทศญี่ปุ่นขยายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทยและเกิดการจ้างงานในประเทศมากขึ้น


            ดร. อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้วางเป้าหมายในการยกระดับอุตสาหกรรม SMEs ของไทย ให้ก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของเทคโนโลยีขั้นสูง กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจึงร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน พึ่งพาซึ่งกันและกันในการพัฒนาอุตสาหกรรม 


    โดยได้ลงนามความร่วมมือกับจังหวัดมิเอะ (MIE) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรัฐบาลท้องถิ่นลำดับที่ 13 และหน่วยงานประเทศญี่ปุ่นลำดับที่ 16 ที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีการลงนามความร่วมมือด้วย ซึ่งมีความแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ ในแง่ที่จังหวัดมิเอะนั้น มีความโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมชั้นสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี เทคโนโลยีการผลิต และวัสดุชั้นสูง อีกทั้งยังมีการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ เช่น ยานยนต์ ผลึกเหลว (Liquid Crystal) เป็นต้น


    จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมของไทย จะได้เรียนรู้นวัตกรรมชั้นสูงจากญี่ปุ่นเพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศต่อไป โดยการลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าว ดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลแนวคิดและความร่วมมือในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน


   อาทิ การจัดโครงการแลกเปลี่ยนด้านอุตสาหกรรม การส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อเกิดภัยพิบัติ ภายใต้แนวคิด “Otagai Business Concept” การจัดสัมมนา การจัดนิทรรศการ และการจัดประชุมทางธุรกิจร่วมกัน เป็นต้น

    ดร.อรรชกา กล่าวถึง ความพิเศษในการร่วมมือกับจังหวัดมิเอะครั้งนี้ว่า ไม่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการไทย ให้ได้รับองค์ความรู้ในการบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยังส่งผลให้ผู้ประกอบการของญี่ปุ่นขยายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทยและเกิดการจ้างงานในประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันเป็นการสร้างโอกาสให้นักลงทุน ในภาคอุตสาหกรรมของไทยได้ขยายการลงทุนเนื่องจากจังหวัดมิเอะมีมาตรการจูงใจให้มีการลงทุนในพื้นที่ซึ่งภาครัฐ จะมีการให้การสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ


  เช่น การสนับสนุนสำหรับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ หรือสนับสนุน บริษัทต่างชาติที่จะขยายการลงทุนสู่เอเชีย อย่างไรก็ตาม มีบริษัทของจังหวัดมิเอะลงทุนในประเทศไทยถึง 20 บริษัท ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารแปรรูป เกษตรกรรม ชิ้นส่วนยานยนต์ และเหล็กแม่พิมพ์ และแปรรูปอาหาร เป็นต้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทชั้นนำ อาทิ Okitsumo International (Asia) Co.,Ltd , Bestex (Thailand) Co.,Ltd,  Yasunaga (Thailand) Co., Ltd เป็นต้น

    ด้าน ดร.สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดมิเอะเป็นจังหวัด ที่อยู่ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองโอซาก้า และเมืองนาโกย่า จึงมีนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานที่เป็นฐานการผลิตและการขนส่งที่สำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีสัดส่วนธุรกิจในภาคการผลิตมากถึง ร้อยละ 31.5 ของประเภทธุรกิจในจังหวัดมิเอะ รองลงมาก็คือภาคบริการ และอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 15.6 และ 11.2 ตามลำดับ 

    นอกจากนี้ จังหวัดมิเอะได้มีการจัดตั้งศูนย์ Advanced Materials Innovation Center: AMIC ซึ่งเป็นศูนย์เพื่อการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะ SMEs และพัฒนา วัสดุชั้นสูง (Advanced Materials) และเซลล์เชื้อเพลิง โดยมีความร่วมมือกับนักวิจัยจากประเทศเยอรมันและฝรั่งเศส อีกทั้งจังหวัดมิเอะยังเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Greater Nagoya Initiative (GNI) ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีเมืองนาโกย่า (Nagoya) เป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ รวมถึงดึงดูดการลงทุน เทคโนโลยี และทรัพยากรบุคคลให้เข้ามาในพื้นที่

    อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้มีโต๊ะญี่ปุ่นซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง ของการดำเนินงานด้านการลงทุนในการส่งเสริมและพัฒนา SMEsให้มีศักยภาพมากขึ้น โดยเป็นความร่วมมือ ระหว่างรัฐกับรัฐ  ซึ่งได้มีความร่วมมือกับเมือง/จังหวัดต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ได้แก่ จังหวัดไซตามะ จังหวัดยามานาชิ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดโทโทริ จังหวัดชิมาเน่ จังหวัดไอจิ เมืองคาวาซากิ จังหวัดฟุกุอิ จังหวัดโทยาม่า เมืองมินะมิโบโซ จังหวัดฟุกุโอกะจังหวัดชิบะ 

    อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะยังคงเน้นในการขยายความร่วมมือไปยัง จังหวัดและเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นต่อไป แต่จะเน้นในเมืองที่มีจุดเด่นในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น

            สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์ธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) สามารถสอบถามได้ที่ โทร. 0 2202 4426-7 และสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ที่ โทร. 0 2202 4414-18 หรือเว็บไซต์ www.dip.go.th  หรือwww.facebook.com/dip.pr


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)


 
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021