กสอ. รุกเสริมกลยุทธ์ SMEs หวังขึ้นแท่นครองเจ้าแห่ง AEC

by smethailandclub 28 พย. 2015
Share:


                กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม รุกเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยผ่าน “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” โดยคัดเลือก SMEs ที่มีศักยภาพจำนวน 262 ราย เร่งต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกวางขายในเชิงพาณิชย์ ด้วยการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก เพื่อพัฒนาสินค้ารูปแบบใหม่ตอบโจทย์  ความต้องการผู้บริโภค และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน เน้น 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเป็นผู้นำตลาด ได้แก่ อุตสาหกรรมแฟชั่น อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป และกลุ่มอุตสาหกรรมของใช้และของตกแต่งบ้าน โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ SMEs สามารถส่งออกในปี 2558 ได้มากกว่า 2 ล้านล้านบาท จากมูลค่าการส่งออกปี 2557  ที่มีมูลค่า 1.92 ล้านล้านบาท

        นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ถือเป็นโอกาสทองของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในการเพิ่มยอดขายและยอดส่งออกสินค้าเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาด AEC ในภาพรวม และจะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าในปี 2558 จะช่วยให้ SMEs ไทยสามารถมีมูลค่าการส่งออกไปทั่วโลกเกิน 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากตลาดจีนและภูมิภาคอาเซียนยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  ขณะที่ในปี 2559 ภายหลังการก้าวเข้าสู่ AEC อย่างเต็มรูปแบบ  ตลาดอาเซียนซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยจำนวน 10 ประเทศสมาชิกที่มีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคน    จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องต่อไป

           ดังนั้น เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว กสอ. จึงเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการจัดทำ “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” โดยการคัดเลือกผู้ประกอบการจากจำนวน 2,960 ราย ให้เหลือ 262 ราย เพื่อต่อยอดพัฒนาสินค้าในเชิงพาณิชย์ มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ่านการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และดีไซน์ให้ดูทันสมัย ควบคู่ไปกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นสวยงามสะดุดตา โดยวางกลยุทธ์การผลิตสินค้าและบริการให้สอดคล้องตามความต้องการที่หลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่ความยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเป็นผู้นำตลาด AEC ซึ่งแบ่งออก เป็น 3 กลุ่มอุตสาหกรรม

             กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งทั้ง 3 อุตสาหกรรม สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละมากกว่า 6 แสนล้านบาท เนื่องจากไทยถือเป็นแหล่งผลิตที่มีวัตถุดิบหลากหลายและมีคุณภาพ รวมทั้งการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์

             กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบในด้านการผลิต ด้วยอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศ

              กลุ่มอุตสาหกรรมของใช้และของตกแต่งบ้าน สินค้ากลุ่มนี้ไทยถือว่ามีศักยภาพค่อนข้างมาก แม้ว่าภาพรวมตลาดทั่วโลกยังคงซบเซา แต่สำหรับตลาดอาเซียนแล้วในช่วง 4-5 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดที่เติบโตสูงและน่าจับตามองที่สุด โดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ตามนโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศและก่อนการเข้าสู่การเปิด AEC

                การดำเนินโครงการดังกล่าว ขณะนี้  กสอ. ได้คัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพแล้วจำนวน 262 ราย  โดย กสอ. ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำปรึกษาแนะนำ เริ่มจากการประเมินผลิตภัณฑ์ด้วยการวิจัยทางการตลาด ต่อจากนั้นก็จะกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์  รวมถึงการทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาแล้วในลำดับต่อไป  อย่างไรก็ดี กสอ. จะคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาและมีความโดดเด่นจากจำนวนดังกล่าว 60 ราย เพื่อนำไปเผยแพร่ทดสอบตลาดยังต่างประเทศต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดว่า  จะยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้สูงขึ้น และสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ได้อย่างแน่นอน นายประสงค์ กล่าว

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)
Share:

Related Articles

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​SEAC รีเฟรมธุรกิจ รับมือหลังวิกฤต ปรับมุมคิดพลิกมุมมองด้วย Outward Mindset

ผลจากวิกฤตการณ์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าอนาคตเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก ไม่มีใครมีคำตอบแน่ชัด สิ่งที่ทำได้คือการโอบกอดความไม่แน่นอน แล้วปรับตัวให้..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​ม.อ. - SME D Bank – ก.อุตฯ วช. ร่วมติดปีกเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

ม.อ. SME D Bank ก.อุตฯ และ วช.ผนึกกำลังจัดมหกรรม"BCG เศรษฐกิจใหม่ประเทศไทยยั่งยืนInnovation bazaar" ครั้งที่ 2 เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย นำผล..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020